โดยระบุว่า ปัจจุบันมีข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่และอาจต้องปรากฏตัวผ่านสื่อสาธารณะ สื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ ซึ่งมีส่วนช่วยขับเคลื่อนงานประชาสัมพันธ์ เสริมสร้างภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตลอดจนสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานของตำรวจแก่ประชาชนและสื่อมวลชนเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ประชาชนเข้าใจบทบาทและหน้าที่ของตำรวจมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม การที่ข้าราชการตำรวจแสดงตนต่อสาธารณะด้วยการสวมเครื่องแบบอันมีเกียรติ สง่างาม และมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ทั้งด้านทรงผมและการแต่งกาย ให้ถูกต้องตามระเบียบ ตร. ว่าด้วยการปฏิบัติตนของข้าราชการตำรวจเมื่อแต่งเครื่องแบบ พ.ศ. 2566 ระหว่างการสื่อสารข้อมูลข่าวสาร
การปฏิบัติหน้าที่ในที่สาธารณะ หรือการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อและสื่อสังคมออนไลน์ ถือเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ข้าราชการตำรวจ และช่วยส่งเสริมการปฏิบัติตามระเบียบแบบธรรมเนียมตำรวจอย่างถูกต้อง รวมถึงสร้างมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับ
จึงกำชับให้ผู้บังคับบัญชาดูแลข้าราชการตำรวจในสังกัดที่ปฏิบัติหน้าที่หรือประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารซึ่งจะปรากฏต่อสื่อสาธารณะ ให้ใส่ใจเรื่องการแต่งกาย ทรงผม และหลีกเลี่ยงการแสดงกิริยาท่าทางที่ไม่เหมาะสม โดยให้ประพฤติตนตามระเบียบแบบแผน และเป็นต้นแบบที่ดีแก่ข้าราชการตำรวจในสังกัด ตร. ทั้งนี้ ให้ จต. ทำหน้าที่ดูแล แนะนำ และสอดส่องการปฏิบัติในกรณีดังกล่าวต่อไป


บะเสียหลักแหกโค้งทางไป

เวลา 17.55 น. พ.ต.ต.สนิทไชยวรรณ์ พงส. สภ.ปัว จ.น่าน ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุนครน่าน 191 ว่าเกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะเสียหลักลงข้างทาง บนทางหลวงหมายเลข 1256 ตอนปัว – อุทยานแห่งชาติดอยภูคา – บ่อเกลือ บริเวณกิโลเมตรที่ 8+700 โค้งห้วยเย็น ด้านขวาทาง พื้นที่รอยต่อบ้านนาแล – บ้านมอญ ตำบลวรนคร อำเภอปัว
จังหวัดน่าน

ในที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 14 ราย เสียชีวิตในที่เกิด 5 ราย จึงได้ประสาน ศูนย์นเรนทรน่าน 1669 พร้อมรายงานให้ พ.ต.อ.บูญส่ง นิกรเถื่อน ผกก.สภ.ปัว , พ.ต.ท.เดี่ยว ศรีวิชัย รอง ผกก.ป.ฯ ,พ.ต.ต.นคร กันทเสน สวปฯ. และ ร.ต.อ.สุพจน์ มิ่งปรีชา รอง สวป.สภ.ปัว ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจจราจร และชุดปฏิบัติการที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุโดยเร่งด่วน โดยมีทีมเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยจากโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว องค์การบริหารส่วนตำบลสถาน เทศบาลตำบลปัว เทศบาลตำบลศิลาแลงและเพชรเกษมน่าน ได้เร่งเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บในที่เกิดเหตุพบผู้ได้รับบาดเจ็บ ทั้งหมดจำนวน 14 ราย และมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที 5 ราย และได้เร่งเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ณ จุดเกิดเหตุก่อนนำลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาลสมเด็จยุพราชปัว อย่างเร่งด่วนส่วนผู้เสียชีวิต จำนวน 5 ราย นายอิฉเลศ ยอดออน อายุ 47 ปี กับพวกอีก 4 ราย ต่อมามีผู้เสียชีวตเพิ่มที่โรงพยาบาลสมเด็จยุพราชปัวอีก 3 ราย เสียชีวิต รวม 8 รายเบื้องต้น ทาง พนักงานสอบสวน อยู่ระหว่างตรวจสอบสาเหตุของอุบัติเหตุอย่างละเอียด โดยสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากการขับขี่ด้วยความเร็วในช่วงทางโค้ง ประกอบกับสภาพถนนและทัศนวิสัย อย่างไรก็ตาม จะมีการสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริงต่อไป



