19 พ.ค. 2569 กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 14 (74/2569) เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน (มีผลกระทบต่อเนื่องจนถึงวันที่ 21 พ.ค. 2569)
ในช่วงวันที่ 19–21 พ.ค. 69 ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งส่วนมากทางด้านตะวันตกของประเทศ บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน
ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง โดยทะเลอันดามันตอนบนตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมามีคลื่นสูง 2–3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันดังกล่าวไว้ด้วย
19 พฤษภาคม 2569
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดหนองคาย บึงกาฬ และสกลนคร
ภาคตะวันออก : จังหวัดจันทบุรี และตราด
ภาคกลาง : จังหวัดกาญจนบุรี
ภาคใต้ : จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก
19 พฤษภาคม 2569
ภาคเหนือ : จังหวัดเชียงใหม่ ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี นครพนม ขอนแก่น กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ นครราชสีมา และบุรีรัมย์
ภาคกลาง : จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี นครปฐม และราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง
ภาคใต้ : จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา
หลายคนชอบกินถั่วลิสง ไม่ว่าจะเป็นถั่วต้ม ถั่วทอด ถั่วคั่ว หรือใส่ในอาหารต่างๆ เพราะทั้งอร่อย ราคาถูก และทำให้อิ่มท้อง แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเตือนว่า หากกินมากเกินไป หรือกินถั่วที่เก็บไม่ถูกวิธี อาจส่งผลเสียต่อร่างกายแบบคาดไม่ถึง

แม้ถั่วลิสงจะมีโปรตีน ไขมันดี และวิตามินหลายชนิด แต่ก็มีข้อควรระวังที่หลายคนมองข้าม
เสี่ยงได้รับ “อะฟลาท็อกซิน” สารพิษอันตรายต่อตับ
แพทย์เผยว่า ถั่วลิสงที่เก็บในที่อับชื้น หรือเริ่มขึ้นรา อาจมีสารพิษชื่อ “อะฟลาท็อกซิน” ซึ่งเกิดจากเชื้อราบางชนิด สารนี้ถูกจัดว่าเป็นสารก่อมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งตับ

สิ่งที่น่ากลัวคือ บางครั้งถั่วดูปกติ ไม่มีกลิ่นแปลก แต่ก็อาจปนเปื้อนสารพิษได้แล้ว
กินมากเกินไป อาจเสี่ยงน้ำหนักขึ้นและไขมันสูง
แม้จะเป็นไขมันดี แต่ถั่วลิสงก็มีแคลอรีสูงมาก หากกินเพลินวันละหลายกำมือ โดยเฉพาะแบบทอดหรือเคลือบน้ำตาล อาจทำให้น้ำหนักเพิ่ม ไขมันสะสม และเสี่ยงคอเลสเตอรอลสูงได้
บางคนอาจแพ้รุนแรงถึงขั้นอันตราย
อาการแพ้ถั่วลิสงเป็นหนึ่งในอาการแพ้อาหารที่รุนแรงที่สุด บางคนเพียงกินเล็กน้อยก็อาจมีอาการผื่นขึ้น หายใจไม่ออก หน้าบวม หรือช็อกได้
ถั่วเค็มจัด อาจกระทบความดันโลหิต
ถั่วลิสงปรุงรสบางชนิดมีโซเดียมสูงมาก หากกินเป็นประจำ อาจเพิ่มความเสี่ยงความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ
อาจทำให้เกิดกรดไหลย้อนหรือแน่นท้อง

เพราะถั่วลิสงมีไขมันสูง คนที่มีปัญหาระบบย่อยหรือกรดไหลย้อน หากกินมากเกินไป อาจมีอาการจุก แน่นหน้าอก หรือเรอบ่อย
อย่างไรก็ตาม แพทย์ย้ำว่า “ถั่วลิสงไม่ใช่อาหารอันตราย” หากเลือกกินอย่างเหมาะสม โดยควรเลือกถั่วใหม่ สะอาด ไม่มีกลิ่นหืน และกินในปริมาณพอดี
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า การกินถั่วลิสงวันละเล็กน้อย สามารถให้ประโยชน์ต่อสุขภาพได้ ทั้งช่วยให้อิ่มนาน ให้โปรตีน และมีไขมันดีต่อร่างกาย
แต่สิ่งสำคัญคือ อย่าคิดว่าอาหารที่ดูธรรมดาจะปลอดภัยเสมอ เพราะบางครั้ง “ของกินใกล้ตัว” ก็อาจกลายเป็นภัยเงียบได้ หากกินผิดวิธีหรือมากเกินไป


