1. พลตำรวจโท ดิเรก ธนานนท์นิวาส ได้รับพระราชทานยศเป็น พลตำรวจเอก
2. พลตำรวจโท ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ได้รับพระราชทานยศเป็น พลตำรวจเอก
3. พลตำรวจโท วิวัฒน์ ชัยสังฆะ ได้รับพระราชทานยศเป็น พลตำรวจเอก
4. พลตำรวจโท อุดร ยอมเจริญ ได้รับพระราชทานยศเป็น พลตำรวจเอก
5. พลตำรวจตรี ชวนนท์ ประเทศรัตน์ ได้รับพระราชทานยศเป็น พลตำรวจโท
6. พลตำรวจตรี เทิดพงษ์ ลิมปิทีป ได้รับพระราชทานยศเป็น พลตำรวจโท
7. พลตำรวจตรี บัณฑิต นิลอ่อน ได้รับพระราชทานยศเป็น พลตำรวจโท
8. พลตำรวจตรี ปรีดา อิ่มเจริญ ได้รับพระราชทานยศเป็น พลตำรวจโท
9. พลตำรวจตรี พงษ์นคร นครสันติภาพ ได้รับพระราชทานยศเป็น พลตำรวจโท
10. พลตำรวจตรี วิระศักดิ์ แย้มแสง ได้รับพระราชทานยศเป็น พลตำรวจโท
11. พลตำรวจตรี วีร์ จิระรัตนวรรณ ได้รับพระราชทานยศเป็น พลตำรวจโท
12. พลตำรวจตรี สรรธาน อินทรจักร์ ได้รับพระราชทานยศเป็น พลตำรวจโท
13. พลตำรวจตรี สุรศักดิ์ เลาหพิบูลย์กุล ได้รับพระราชทานยศเป็น พลตำรวจโท
14. พลตำรวจตรี สุระพันธุ์ ไทยประเสริฐ ได้รับพระราชทานยศเป็น พลตำรวจโท
11. พลตำรวจตรี วีร์ จิระรัตนวรรณ ได้รับพระราชทานยศเป็น พลตำรวจโท
12. พลตำรวจตรี สรรธาน อินทรจักร์ ได้รับพระราชทานยศเป็น พลตำรวจโท
13. พลตำรวจตรี สุรศักดิ์ เลาหพิบูลย์กุล ได้รับพระราชทานยศเป็น พลตำรวจโท
14. พลตำรวจตรี สุระพันธุ์ ไทยประเสริฐ ได้รับพระราชทานยศเป็น พลตำรวจโท
ยังคงเป็นประเด็นร้อนที่ถูกพูดถึงต่อเนื่อง สำหรับไฟต์ดราม่าใน “ศึกวันกรรชัย by เพชรยินดี” ระหว่าง “บุญมี” และ “สไนล์” หลังจบการแข่งขันด้วยจังหวะปัญหาตั้งแต่ยกแรก เมื่อสไนล์ล้มศีรษะกระแทกพื้นจนกรรมการต้องรีบยุติการชกเพื่อความปลอดภัย ก่อนตัดสินให้บุญมีเป็นฝ่ายชนะน็อก (TKO) ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากแฟนมวยและผู้เชี่ยวชาญในวงการจำนวนมาก

ล่าสุด วันที่ 20 พ.ค.2569 รายการ โหนกระแส ได้หยิบประเด็นดังกล่าวมาพูดคุยอีกครั้ง โดยมีทั้งฝั่งของสไนล์ บุญมี “เสี่ยโบ๊ท” รวมถึงโค้ชของทั้งสองฝ่ายร่วมชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ด้าน “เสี่ยโบ๊ท” ยอมรับตรง ๆ ว่า จังหวะดังกล่าวถือเป็น “ฟาวล์” ตามกติกามวย เพราะมีการเกี่ยวขาเกิดขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ล้มลงไป พร้อมมองว่าความผิดพลาดสำคัญอยู่ที่กรรมการไม่ได้มีการเตือนตั้งแต่จังหวะแรก จึงอาจทำให้บุญมีเข้าใจว่าสามารถทำได้ และเกิดเหตุซ้ำอีกครั้งในจังหวะต่อมา

เสี่ยโบ๊ทยังเผยอีกว่า ก่อนขึ้นเวทีได้กำชับกรรมการไว้แล้วว่า หากนักมวยมีอาการมึนเมาหมัด หรือดูไม่ปลอดภัย ให้รีบยุติการแข่งขันทันที เนื่องจากไฟต์นี้ไม่ใช่มวยอาชีพเต็มรูปแบบ และในจังหวะที่สไนล์ล้มลงนั้น เชื่อว่ากรรมการตัดสินใจหยุดเกมเพราะเห็นสภาพของนักมวยที่ไม่สามารถชกต่อได้แล้ว
นอกจากนี้ เสี่ยโบ๊ทยังอธิบายว่า หากอ้างอิงตามกติกามวยไทยอาชีพในปัจจุบัน ซึ่งมีระบบ VAR เข้ามาช่วยตัดสิน กรรมการควรหยุดเกมและปรึกษาประธานเทคนิคเพื่อตรวจสอบภาพย้อนหลัง และหากดูจากภาพช้า ผลตัดสินอาจเปลี่ยนเป็น “บุญมีแพ้ฟาวล์” อย่างแน่นอน เพราะเป็นไปตามหลักกติกามาตรฐานที่ใช้กันในวงการมวยอาชีพ

อย่างไรก็ตาม เสี่ยโบ๊ทมองว่า สาเหตุที่ผลออกมาเช่นนี้ เพราะเป็นรายการพิเศษ ทำให้กรรมการอาจเกิดความลนลานและตัดสินใจภายใต้ความกดดันในช่วงเสี้ยววินาที
ทั้งนี้ เสี่ยโบ๊ทย้ำว่า เรื่องของเกมการแข่งขันถือว่าจบลงแล้ว รวมถึงปมเหตุลักเปิดในวันสงกรานต์ก็ควรจบเช่นกัน ส่วนจะมีไฟต์ล้างตาหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย
ขณะที่ “บุญมี” เปิดใจยอมรับว่า พี่สไนล์เปลี่ยนไปจากวันแรกมาก ดูนิ่งขึ้น มีวุฒิภาวะและโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ด้าน “สไนล์” ก็ได้กล่าวขอโทษบุญมีอีกครั้ง สำหรับเหตุการณ์ลักเปิดในวันสงกรานต์ พร้อมยืนยันว่า ตอนนี้ไม่ได้ติดใจหรือโกรธเคืองกันอีกแล้ว ทำให้หลายคนมองว่า ดราม่าที่เกิดขึ้นอาจกำลังจบลงด้วยดี แม้กระแสเรียกร้องไฟต์รีแมตช์ยังคงมีอย่างต่อเนื่องก็ตาม


