ลูกสาววัย 14 บ่นปวดท้องเกืบครึ่งปี แม่สุดช็อก เมื่อเห็นสิ่งที่หมอผ่าออกจากกระเพาะ



แม่ถึงกับช็อกเมื่อรู้ว่าภาวะแพ้กลูเตนของลูกสาว แท้จริงแล้วไม่ใช่อย่างที่คิด

แพทย์บอกกับโจดี คอลลินส์ ว่ามีสาเหตุเฉพาะที่ทำให้ลูกสาวของเธอปวดท้อง

เอริน วัย 14 ปี บ่นปวดท้องมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีก่อน โดยแม่คิดว่ามาจากอาหารหรือเกี่ยวข้องกับรอบเดือน

อย่างไรก็ตาม ผลตรวจออกมาปกติ ทำให้แม่ลูกยังใช้ชีวิตต่อไป

จนกระทั่งในเดือนพฤษภาคมปีนี้ เอรินเริ่มบ่นว่ามีอาการปวดเกร็งท้องรุนแรงขึ้น

แม่จึงพาเธอไปโรงพยาบาลท้องถิ่นเพื่อหาคำตอบ พร้อมเร่งให้ทีมแพทย์หาสาเหตุที่แท้จริง



ในที่สุด โจดี วัย 48 ปี ก็ได้รับแจ้งจากแพทย์ว่า พบก้อนแข็งในกระเพาะของเอริน และมันทำมาจากเส้นผม

ภาวะนี้มีชื่อทางการแพทย์ว่า “ทริโคบีโซอาร์” (Trichobezoar) คือก้อนเส้นผมที่กลืนลงไปและสะสมจนจับตัวเป็นก้อนในทางเดินอาหาร

ต่อมา เอรินถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลเด็กบริสตอลเพื่อผ่าตัดเอาก้อนเส้นผมขนาดมหึมาออกจากกระเพาะ ซึ่งมีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 8.3 นิ้ว

การผ่าตัดใช้เวลานาน 5 ชั่วโมง ก้อนเส้นผมมีขนาดราวผลเมลอน ทำให้เอรินวัย 14 ปีมีภาวะโลหิตจางและปัญหาด้านโภชนาการหลายอย่าง

โจดีเล่าว่า ลูกสาวชอบม้วนผมเล่นตั้งแต่เด็ก แต่ไม่เคยเห็นว่าเธอกินผมเข้าไปเลย

แพทย์สันนิษฐานว่าอาจเผลอกินผมขณะนอนหลับ

อย่างไรก็ตาม เพียง 10 วันหลังผ่าตัด เอรินก็ฟื้นตัว แม่จึงตั้งใจรณรงค์เตือนถึงอันตรายของการม้วนผมเล่น

โจดีเล่าว่า “เอรินปวดท้องเกร็งรุนแรงมานานเกือบ 6 เดือน ฉันคิดว่าอาจแพ้อาหาร เช่น แพ้แลกโตสหรือกลูเตน เพราะอาการปวดอยู่ค่อนข้างสูงและมาเป็นพัก ๆ แต่เมื่อเป็นทีไรจะปวดมากจนต้องหยุดเรียน”

เธอเสริมว่า “ตอนแรกทำอัลตราซาวนด์ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ จนทำ MRI ภายหลังจึงรู้สาเหตุ”

โจดีย้อนความทรงจำว่า “ตอนเธอยังเป็นทารก ฉันป้อนนมจากขวดแล้วเธอจะคว้าผมฉันมาม้วนเล่น เธอเป็นคนชอบสัมผัสและเล่นกับเส้นผมเสมอ แต่ฉันไม่เคยเห็นเธอเอาผมเข้าปากเลย จึงรู้สึกตกใจมาก”

ศัลยแพทย์ระบุว่า เธออาจเผลอกินผมโดยไม่รู้ตัว ซึ่งทำให้กระเพาะของเอรินขยายใหญ่กว่าปกติถึง 3 เท่า



แพทย์ให้เอรินรับวิตามินและแร่ธาตุผ่านทางถุงอาหารเพื่อฟื้นฟูร่างกาย โดยแม่เล่าว่า “หมอบอกว่ากลิ่นมันแย่มาก เหมือนท่อน้ำอุดตันขั้นร้ายแรง เขาบอกว่ามันเน่าและเป็นหนึ่งในก้อนที่ใหญ่ที่สุดที่เคยเจอ”

แพทย์คาดว่าก้อนเส้นผมนี้อาจอยู่ในท้องมานานหลายปี โชคดีที่ยังไม่ลุกลามไปถึงลำไส้

แม่เล่าต่อว่า “มันแทบจะกินพื้นที่กระเพาะทั้งหมด ทำให้การย่อยอาหารผิดปกติ เอรินมีภาวะโลหิตจางและปัญหาทางโภชนาการหลายอย่าง”

หลังจากต้องงดอาหารทางปากนาน 5 วันและดูดของเหลวออกจากกระเพาะ แม่เผยว่าหากไม่ได้รับการรักษา ลูกสาวอาจถึงขั้นหมดสติ

แม้ตอนนี้เอรินจะออกจากโรงพยาบาลแล้ว แต่กระเพาะของเธออาจยังคงมีขนาดใหญ่ผิดปกติไปอีกหลายปี

แม่กล่าวปิดท้ายว่า “ตอนนี้เราซื้อหมวกคลุมศีรษะให้เธอสวมเวลานอน เผื่อว่าเธอจะยังทำพฤติกรรมนี้ตอนหลับ” พร้อมเตือนคนอื่นว่าหากเจอเคสหนัก ควรหาของเล่นแก้เบื่อให้มือหรือเข้ารับการบำบัด CBT เพื่อป้องกันปัญหาแบบนี้


กาแฟดำเป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจและช่วยให้อายุยืนยาว แต่ปัญหาจะเริ่มเกิดขึ้นทันทีเมื่อกาแฟในถ้วยเต็มไปด้วยน้ำตาล ไขมัน และไซรัปปรุงรส


ไม่ใช่กาแฟทุกแก้วที่ให้ผลลัพธ์เหมือนกัน

กาแฟดำที่ไม่ใส่น้ำตาลหรือเติมนมเพียงเล็กน้อยสามารถเป็นส่วนหนึ่งของอาหารเพื่อสุขภาพได้ โดยมาตรฐานจาก FDA และ EFSA ระบุว่าการบริโภคคาเฟอีนในปริมาณที่เหมาะสมสำหรับผู้ใหญ่อยู่ที่ไม่เกิน 400 มิลลิกรัมต่อวัน หรือประมาณกาแฟ 2-4 ถ้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของเมล็ดและการชง

ดร. เจเรมี ลอนดอน ศัลยแพทย์หัวใจชาวอเมริกันผู้มีประสบการณ์กว่า 25 ปี ซึ่งให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิตผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างสม่ำเสมอ ได้รับคำถามเมื่อเร็วๆ นี้ว่า การดื่มกาแฟจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพหรือไม่ คำตอบของเขาชัดเจนว่า “ใช่ แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขบางประการ”

ซึ่งหมายถึง “กาแฟดำเท่านั้น” โดยไม่เติมน้ำตาล น้ำเชื่อมปรุงแต่งรส หรือนมสด เขายังเน้นย้ำอีกว่าเขาไม่ได้หมายถึงเครื่องดื่มกาแฟของหวานหรือมิลค์เชคที่ขายในร้านกาแฟ ซึ่งมักมีน้ำตาลและแคลอรี่ในปริมาณมาก

” ความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ลดลงความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดลดลง อัตราการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุลดลง อุบัติการณ์ของโรคมะเร็งบางชนิดลดลงและโรคทางระบบประสาทเสื่อมลดลง แล้วทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? ก็เพราะกาแฟมีสารต้านการอักเสบและสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น กรดคลอโรเจนิค ” เขากล่าวอธิบาย


ลบความเชื่อผิดๆ: กาแฟไม่ใช่ “การเสพติด” แต่คือตัวช่วยให้อายุยืน

ในอดีตกาแฟมักถูกจัดอยู่ในหมวด “สารเสพติดหรือของมึนเมา” เช่นเดียวกับบุหรี่และแอลกอฮอล์ แต่ปัจจุบันผลการศึกษาทางการแพทย์ยืนยันแล้วว่าความเชื่อเรื่องโทษของกาแฟเป็นเพียง “ตำนาน” โดย นพ. สตานิสวัฟ ซูร์มา (Stanisław Surma) ระบุว่าผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำในปริมาณที่พอเหมาะจะได้รับประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ทั้งช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจขาดเลือด

ตัวการร้ายที่ทำลายหัวใจไม่ใช่ “ตัวกาแฟ” แต่คือ “สิ่งที่เติมลงไป” กาแฟปรุงแต่งที่ใส่ไซรัป วิปครีม ซอสรสชาติต่างๆ และนมไขมันเต็มส่วน ล้วนเต็มไปด้วยน้ำตาล แคลอรี และกรดไขมันอิ่มตัว ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจของระบบหมุนเวียนโลหิต
กลุ่มเมนูกาแฟที่ควรหลีกเลี่ยงหากไม่อยากเสี่ยงโรค

ควรระมัดระวังเป็นพิเศษกับเมนูยอดฮิตในร้านกาแฟ เช่น ลาเต้แก้วใหญ่ที่ใส่ไซรัป, คาราเมลมัคคิอาโต, กาแฟปั่น (Frappe) หรือกาแฟใส่วิปครีมพูนๆ เนื่องจากเมนูเหล่านี้มีลักษณะใกล้เคียงกับ “ของหวาน” มากกว่ากาแฟ

สมาคมโรคหัวใจแห่งอเมริกา (AHA) แนะนำให้จำกัดการบริโภคน้ำตาลที่เติมลงในเครื่องดื่ม เพราะน้ำตาลที่มากเกินไปจะส่งผลเสียต่อระบบเผาผลาญและเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงพฤติกรรมการดื่มกาแฟที่บ้าน หากใส่ครีมเทียมและน้ำตาลหลายช้อนต่อวัน ก็อาจทำให้ร่างกายได้รับพลังงานเกินความจำเป็นโดยไม่รู้ตัว


หัวใจกับกาแฟ: ความพอดีคือหัวใจสำคัญ

มูลนิธิโรคหัวใจแห่งอังกฤษ (BHF) ให้ข้อสังเกตว่าการตอบสนองต่อคาเฟอีนของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน หากดื่มกาแฟแล้วมีอาการใจสั่น กระสับกระส่าย มือสั่น หรือนอนไม่หลับ ควรลดปริมาณลงหรือปรึกษาแพทย์

นอกจากคาเฟอีนแล้ว กาแฟยังมีสารเคมีอื่นๆ เช่น กรดคลอโรจีนิก (Chlorogenic acid) และไตรโกเนลลีน (Trigonelline) ซึ่งมีผลต่อการทำงานของหัวใจ ศ.นพ. กริสซอฟ เจ. ฟิลิเพียก (Krzysztof J. Filipiak) อธิบายว่า สำหรับผู้ที่ดื่มเป็นประจำในปริมาณ 2-3 ถ้วยต่อวัน สารเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) แต่ในทางกลับกัน ผู้ที่มีปัญหาความดันโลหิตสูงที่คุมไม่ได้ โรควิตกกังวล โรคกระเพาะ หรือสตรีมีครรภ์ ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ
ดื่มกาแฟอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ?

กฎเหล็กที่ง่ายที่สุดคือ “ยิ่งส่วนผสมน้อย ยิ่งดีต่อร่างกาย”เลือกกาแฟดำ: ไม่ใส่น้ำตาล ไซรัป หรือวิปครีม
ใช้ทางเลือกที่ดีกว่า: หากต้องการลดความเข้มข้น ให้เติมนมไขมันต่ำหรือนมจากพืชสูตรไม่ใส่น้ำตาลในปริมาณเล็กน้อย
เลี่ยงดื่มช่วงเย็น: เพื่อป้องกันอาการนอนไม่หลับ เพราะการนอนหลับที่มีคุณภาพคือปัจจัยสำคัญในการป้องกันโรคหัวใจ

สรุปได้ว่า กาแฟไม่ใช่ศัตรูของสุขภาพ แต่ “เวอร์ชันของหวาน” ของมันต่างหากที่เป็นอันตราย แทนที่จะเลิกดื่ม ลองเปลี่ยนมาจำกัดปริมาณน้ำตาลและครีม เพื่อรักษาอรรถรสของกาแฟควบคู่ไปกับการมีหัวใจที่แข็งแรง

Name

Finance,17,Health,32,News,111,Sport,4,
ltr
item
KhaoThai: ลูกสาววัย 14 บ่นปวดท้องเกืบครึ่งปี แม่สุดช็อก เมื่อเห็นสิ่งที่หมอผ่าออกจากกระเพาะ
ลูกสาววัย 14 บ่นปวดท้องเกืบครึ่งปี แม่สุดช็อก เมื่อเห็นสิ่งที่หมอผ่าออกจากกระเพาะ
https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj_EPABhe47b7t-40rTfFTZ_4R9A_N6O0-AMTJdwiafXHDD611fwhhHQaKORJPydjhC3NQBazAUCMmTfQWp28R8swd77FzJfADJusu9GArAVOZ0JsWj3ZLQ6SPFM0ldrnt6mZ-MEugeO2J0s8hwx-cXU7k9x7AtsVDgiTbTBSr60inOf8GZcOyBqEMl72g/s600/new-thumbnail1200x720_v2-2-735x400.webp
https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj_EPABhe47b7t-40rTfFTZ_4R9A_N6O0-AMTJdwiafXHDD611fwhhHQaKORJPydjhC3NQBazAUCMmTfQWp28R8swd77FzJfADJusu9GArAVOZ0JsWj3ZLQ6SPFM0ldrnt6mZ-MEugeO2J0s8hwx-cXU7k9x7AtsVDgiTbTBSr60inOf8GZcOyBqEMl72g/s72-c/new-thumbnail1200x720_v2-2-735x400.webp
KhaoThai
https://www.khaothai.online/2026/05/14_12.html
https://www.khaothai.online/
https://www.khaothai.online/
https://www.khaothai.online/2026/05/14_12.html
true
1057843380015624528
UTF-8
Loaded All Posts Not found any posts VIEW ALL Readmore Reply Cancel reply Delete By Home PAGES POSTS View All RECOMMENDED FOR YOU LABEL ARCHIVE SEARCH ALL POSTS Not found any post match with your request Back Home Sunday Monday Tuesday Wednesday Thursday Friday Saturday Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat January February March April May June July August September October November December Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec just now 1 minute ago $$1$$ minutes ago 1 hour ago $$1$$ hours ago Yesterday $$1$$ days ago $$1$$ weeks ago more than 5 weeks ago Followers Follow THIS PREMIUM CONTENT IS LOCKED STEP 1: Share to a social network STEP 2: Click the link on your social network Copy All Code Select All Code All codes were copied to your clipboard Can not copy the codes / texts, please press [CTRL]+[C] (or CMD+C with Mac) to copy Table of Content