เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ศูนย์ประชาสัมพันธ์กรม อุตุนิยมวิทยา ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน ฉบับที่ 1 (61/2569) (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 14-18 พฤษภาคม 2569)
ในช่วงวันที่ 14-18 พ.ค. 69 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ในบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย ทั้งนี้เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณอ่าวเบงกอลตอนล่าง จะเคลื่อนขึ้นไปปกคลุมบริเวณอ่าวเบงกอลตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะเริ่มมีกำลังแรงขึ้น โดยในช่วงวันที่ 14-18 พ.ค. 69 ทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันดังกล่าวนี้ไว้ด้วย
จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประกาศ ณ วันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 05.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปในวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 17.00 น.

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา
เรียบเรียง สยามนิวส์


อุทาหรณ์ หนุ่มวัย 27 ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย หลังกิน “เมนูเดิม” ทุกคืน อาหารโปรดคนไทย!

อุทาหรณ์ชีวิต หนุ่มอายุแค่ 27 ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ต้นเหตุคือ “เมนูโปรด” กินทุกคืนไม่เบื่อ!
ข่าวช็อกจากจีน โปรแกรมเมอร์หนุ่มวัยเพียง 27 ปี ถูกวินิจฉัยว่าเป็น มะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะที่ 4 หลังมีอาการปวดท้องและน้ำหนักลดฮวบ สาเหตุมาจากพฤติกรรมการกินอาหารย่างแทนมื้อเย็นเป็นประจำต่อเนื่องกว่า 5 ปี จนกลายเป็นบทเรียนราคาแพงเรื่องสุขภาพ
พฤติกรรมการกินก่อนนอนที่อันตราย
หนุ่มจีนรายนี้ ซึ่งสื่อท้องถิ่นระบุชื่อว่า “เสี่ยวจาง” ทำงานสายไอทีและมักกิน อาหารปิ้งย่าง ทุกคืนแทนข้าวเย็น จนในที่สุดต้องเผชิญกับโรคร้ายแรงอย่างไม่ทันตั้งตัว เหตุการณ์นี้จึงกลายเป็นอุทาหรณ์ให้หลายคนตระหนักถึงอันตรายของการกินอาหารผิดเวลาและผิดประเภท

อาหารที่ควรเลี่ยงก่อนนอน
1. อาหารปิ้งย่าง
การย่างที่อุณหภูมิสูงกว่า 200°C ทำให้เกิดสารก่อมะเร็งอย่าง เบนโซไพรีน (Benzopyrene) โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ใช้ซ้ำบ่อยๆ อาจปล่อยสารฟอร์มาลดีไฮด์ออกมา ควรลดการกินและเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์อย่างหม้อทอดไร้น้ำมันแทน
2. เนื้อสัตว์แปรรูป
ไส้กรอก แฮม เบคอน มีสาร ไนไตรท์ ซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็นไนโตรซามีน สารก่อมะเร็งในกระเพาะอาหาร องค์การวิจัยมะเร็งโลก (IARC) ระบุว่า กินเพียง 50 กรัมต่อวัน เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ถึง 18%

3. อาหารรสจัดหรือเผ็ดมาก
อาหารที่มี แคปไซซิน (Capsaicin) สูง หากกินต่อเนื่องอาจทำให้ผนังลำไส้อักเสบ หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์จนเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง
4. น้ำอัดลมเย็น
ความเย็นทำให้หลอดเลือดลำไส้หดตัว ขณะที่ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มแรงดันในกระเพาะอาหาร ก่อให้เกิดอาการปวดท้อง ท้องอืด และอาจทำให้ลำไส้ทำงานผิดปกติ

กฎทองดูแลลำไส้ก่อนนอน
-งดอาหารก่อนนอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง เพื่อให้ลำไส้ได้พัก
-ดื่มน้ำอุ่น 300 มล. หลังตื่นนอน พร้อมนวดท้องเบาๆ รอบสะดือ
-นอนตะแคงซ้าย ลดการไหลย้อนกรดและช่วยระบบย่อยอาหาร
-ออกกำลังกายลำไส้ เช่น ท่านอนหงายแล้ว “ปั่นจักรยานอากาศ” เพื่อกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้
สัญญาณเตือนมะเร็งลำไส้
-อุจจาระผิดรูป เช่น บางเหมือนดินสอ หรือมีร่องผิดปกติ
-พฤติกรรมขับถ่ายเปลี่ยนแปลง สลับท้องผูก-ท้องเสียบ่อย
-น้ำหนักลดลงรวดเร็วโดยไม่ทราบสาเหตุ
-ปวดท้องเวลากลางคืน โดยเฉพาะบริเวณท้องน้อย
ลำไส้คือตัวชี้วัดสุขภาพระยะยาว สิ่งที่กินเข้าไปทุกวันมีผลโดยตรงต่อการทำงานของร่างกาย อย่ารอให้ป่วยแล้วค่อยเปลี่ยนพฤติกรรม เพียงเลือกอาหารให้ถูกเวลา หลีกเลี่ยงอาหารเสี่ยง และให้ลำไส้ได้พักผ่อนอย่างเหมาะสม ก็สามารถลดโอกาสเกิดโรคร้ายแรงได้

