ต้นปี 2026 กระแสคำทำนายเก่าแก่กลับมาถูกพูดถึงอีกครั้งในโลกออนไลน์ เมื่อชื่อของบาบา วานก้า หมอดูตาบอดผู้ล่วงลับ ถูกหยิบยกมาเชื่อมโยงกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่กำลังผันผวนอย่างหนัก โดยเฉพาะประเด็น “วิกฤตการเงินระดับโลก” ที่ถูกอ้างว่าเธอเคยเตือนไว้ล่วงหน้า
ข่าวทองคำ

ข้อมูลที่ถูกแชร์ต่อกันในโซเชียลและเว็บบอร์ดการเงิน ระบุว่า บาบา วานก้า เคยกล่าวถึงช่วงเวลาที่มูลค่าของเงินกระดาษหรือสกุลเงินต่าง ๆ ทั่วโลกจะค่อย ๆ เสื่อมค่าลง เมื่อความเชื่อมั่นต่อระบบการเงินแบบดั้งเดิมเริ่มสั่นคลอน ส่งผลให้ประชาชนและนักลงทุนหันไปถือครองทรัพย์สินที่จับต้องได้จริงและมีมูลค่าในตัวเอง เช่น ทองคำ เงิน และโลหะมีค่าอื่น ๆ เพื่อรักษาความมั่งคั่ง
คำทำนายดังกล่าวถูกมองว่าสอดคล้องกับบรรยากาศเศรษฐกิจช่วงปลายปี 2025 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2026 ที่ตลาดโลหะมีค่าผันผวนอย่างหนัก ราคาทองคำและเงินปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินโลก ทำให้ชาวเน็ตจำนวนไม่น้อยตั้งคำถามว่า นี่อาจเป็น “สัญญาณเตือน” ตามคำทำนายหรือ
ข่าวทองคำ
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ด้านการเงินจำนวนมากมองว่า การพุ่งขึ้นของราคาทองคำมีปัจจัยพื้นฐานรองรับอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นทิศทางอัตราดอกเบี้ย ภาระหนี้สาธารณะของหลายประเทศ รวมถึงแรงซื้อสะสมทองคำเป็นทุนสำรองจากธนาคารกลางทั่วโลก โดยชี้ว่าการนำเหตุการณ์ในตลาดไปเชื่อมโยงกับคำทำนาย อาจเป็นเพียงผลของจิตวิทยาหมู่และกระแสในสื่อสังคมออนไลน์
แม้ความแม่นยำของคำทำนายจะยังเป็นที่ถกเถียง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าในปี 2026 สินทรัพย์อย่างทองคำและเงินได้กลับมาได้รับความสนใจในฐานะ “หลุมหลบภัย” ทางการเงินอีกครั้ง ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยังปกคลุมเศรษฐกิจโลกอย่างต่อเนื่อง
กลายเป็นกระแสไวรัลที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ เมื่อภาพของคู่หนุ่มสาวคู่หนึ่งที่กำลังนอนอยู่บนม้านั่งริมทาง ถูกแชร์ต่อจำนวนมาก เพราะท่าทางที่ดูแปลกตาจนหลายคนตีความไปไกล ก่อนที่ความจริงจะถูกเปิดเผยในเวลาต่อมา
รายงานจากสื่อฮ่องกงระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณสวนสาธารณะริมน้ำในเขตซุนวาน โดยมีผู้ใช้โซเชียลรายหนึ่งนำภาพมาโพสต์ลงบนแพลตฟอร์ม Threads พร้อมแคปชันแซวท่าทางของทั้งคู่ว่าดูคล้ายท่าที่ส่อไปในเชิงเซ็กซ์ ใน “ท่า 69” จนทำให้โพสต์ดังกล่าวกลายเป็นไวรัลในเวลาไม่นาน

ภาพเดียวจุดกระแส คนแห่คอมเมนต์สนั่น
จากภาพที่ถูกเผยแพร่ จะเห็นชายหญิงนอนอยู่บนม้านั่งในลักษณะหันศีรษะคนละด้าน โดยมุมภาพทำให้ดูเหมือนฝ่ายหญิงกำลังนั่งคร่อมศีรษะของฝ่ายชายและโน้มตัวลงมาใกล้ช่วงล่าง จนหลายคนเข้าใจว่าเป็นพฤติกรรมไม่เหมาะสมในที่สาธารณะ
หลังภาพถูกแชร์ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นหลากหลาย บางส่วนแซวขำขัน ขณะที่อีกไม่น้อยวิจารณ์ว่าการกระทำดังกล่าวไม่เหมาะสมและเกินขอบเขต
บางคอมเมนต์มองว่าเป็น “ท่าทางรักที่แปลกตา” บางส่วนตั้งคำถามเรื่องความเหมาะสมในที่สาธารณะ ต่อให้ทำหรือไม่ทำอะไรกันก็ไม่ควรทำท่าทางแนบชิดเช่นนี้ อีกด้านหนึ่งมองว่าเป็นภาพที่ชวนให้เข้าใจผิดได้ง่าย
ดูให้ชัดอีกครั้ง ความจริงอาจไม่ใช่อย่างที่คิด
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการพิจารณาภาพอย่างละเอียดมากขึ้น ชาวเน็ตบางส่วนได้ออกมาอธิบายว่าแท้จริงแล้วภาพดังกล่าวอาจไม่ได้มีเจตนาเชิงลามกแต่อย่างใด
จากมุมที่ชัดเจนขึ้น พบว่าฝ่ายหญิงนั่งอยู่บนม้านั่งตามปกติ ไม่ได้อยู่ในลักษณะคร่อมศีรษะฝ่ายชาย ขณะที่ฝ่ายชายอาจเพียงนอนเอนศีรษะใกล้บริเวณตักหรือขาของเธอเท่านั้น ส่วนท่าทางที่ดูผิดปกติเป็นผลมาจากมุมกล้องที่ทำให้เกิดภาพลวงตา
-002.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
บทเรียนจากไวรัล อย่าตัดสินจากภาพเพียงมุมเดียว
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่า ภาพเพียงภาพเดียวอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อถูกมองผ่านมุมหรือบริบทที่ไม่ครบถ้วน
ในโลกโซเชียลที่ข้อมูลแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว การใช้วิจารณญาณก่อนเชื่อหรือแชร์จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะบางครั้งสิ่งที่เห็น อาจไม่ใช่ความจริงทั้งหมด
ไวรัลภาพคู่หนุ่มสาวนอนบนม้านั่งในฮ่องกง กลายเป็นประเด็นร้อนเพราะท่าทางที่ดูชวนเข้าใจผิดในเชิงเซ็กซ์ แต่เมื่อพิจารณาอย่างละเอียด พบว่าอาจเป็นเพียงภาพลวงจากมุมกล้องเท่านั้น เหตุการณ์นี้จึงเป็นอีกตัวอย่างที่เตือนให้สังคมออนไลน์ระมัดระวังการตัดสินจากภาพเพียงด้านเดียว

