วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่สายด่วน 199 รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ เมื่อเวลา 07.14 น. ภายในสถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่ง บริเวณระหว่างซอยพระรามที่ 2 ซอย 94-96 ถนนพระรามที่ 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร จากนั้นเจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางบอนจึงเร่งเดินทางไปตรวจสอบ

เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ พบเพลิงกำลังลุกไหม้รถยนต์อย่างรุนแรง และลามไปยังหัวจ่ายน้ำมัน พนักงานของปั๊มน้ำมันพยายามเข้าช่วยระงับเหตุในเบื้องต้น แต่ไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ เนื่องจากไฟมีความรุนแรงและลุกลามอย่างรวดเร็ว

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงเข้าดำเนินการใช้น้ำและโฟมเคมีฉีดสกัดเพลิง ใช้เวลาประมาณ 20 นาที จึงสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้
เบื้องต้นไม่มีรายานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบหาสาเหตุของเพลิงไหม้เพิ่มเติมต่อไป

วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายดูแลกลุ่มเปราะบางในสังคมตามนโยบายของนายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยล่าสุดกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการได้มีประกาศหลักเกณฑ์ การคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งแบบครอบครัวอุปการะ เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็น ที่พึ่ง ให้กับผู้ไร้ที่อยู่อาศัย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
โดยผู้ที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการต้องมีคุณสมบัติ อาทิ อายุ 20 ปีขึ้นไป มีสัญชาติไทย สุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคติดต่อร้ายแรง มีความประพฤติเหมาะสม มีที่อยู่อาศัยและความพร้อมในการดูแล รวมถึงไม่มีพฤติกรรมรุนแรง และสามารถทุ่มเทเวลาเอาใจใส่ผู้รับการอุปการะได้อย่างต่อเนื่อง
ในส่วนของสิทธิประโยชน์ รัฐบาลสนับสนุนค่าตอบแทนจำนวน 5,000 บาทต่อคนต่อเดือน พร้อมจัดนักสังคมสงเคราะห์ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเป็นประจำทุกเดือน รวมถึงให้คำปรึกษาและช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดูแลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับผู้สนใจในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สามารถยื่นคำขอได้ที่ศูนย์คุ้มครองและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ต่างจังหวัดสามารถติดต่อสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในพื้นที่ รวมถึงหน่วยงานคุ้มครองต่าง ๆ ของรัฐ
ทั้งนี้ พม. ยังเปิดสายด่วน 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้คำปรึกษาและรับเรื่องร้องเรียน สะท้อนความพยายามของภาครัฐในการสร้างระบบสวัสดิการสังคมที่เข้มแข็ง และลดความเหลื่อมล้ำอย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาว
ขอบคุณข้อมูลจาก พรรคเพื่อไทย

