โครงการ “คนละครึ่งพลัส 60/40” เตรียมเปิดให้ลงทะเบียนแล้ว โดยประชาชนทั่วไปสามารถสมัครผ่านแอปพลิเคชัน เป๋าตัง ระหว่างวันที่ 25-29 พฤษภาคม 2569 เวลา 06.00-22.00 น. จำกัดสิทธิไม่เกิน 30 ล้านคน
รัฐบาลสนับสนุนค่าใช้จ่ายเดือนละ 1,000 บาท นาน 4 เดือน ภายใต้เงื่อนไข “รัฐจ่าย 60% ประชาชนจ่าย 40%” ใช้จ่ายได้สูงสุดวันละ 200 บาท โดยสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00-23.00 น. ส่วนบริการฟู้ดเดลิเวอรี เริ่มใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00-21.00 น.
คุณสมบัติผู้ลงทะเบียนรอบนี้ ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ซึ่งแตกต่างจากโครงการเดิมที่กำหนดอายุขั้นต่ำ 16 ปี และต้องไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงต้องไม่เคยถูกระงับสิทธิ หรือถูกเรียกเงินคืนจากโครงการคนละครึ่งระยะที่ 1-5 และโครงการคนละครึ่งพลัส
สรุปกลุ่มที่ “หมดสิทธิ” เข้าร่วมโครงการ ได้แก่
ผู้ที่อายุไม่ถึง 18 ปี
ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ผู้ที่เคยถูกระงับสิทธิ หรือถูกเรียกเงินคืนจากโครงการคนละครึ่งที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน ฝั่งร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการก็มีการปรับเงื่อนไขใหม่ โดยร้านทำผม ร้านนวด และร้านสปา จะไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ เนื่องจากรัฐบาลต้องการมุ่งช่วยลดภาระค่าครองชีพด้านสินค้าอุปโภคบริโภคเป็นหลัก
เรียบเรียง สยามนิวส์
หลายคนมักมองว่าไข่เป็นแค่อาหารง่าย ๆ ราคาถูก แต่ในความเป็นจริง ไข่ถือเป็นหนึ่งในอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะ “ไข่ต้ม” ที่ไม่ผ่านการทอดและใช้น้ำมันน้อย จึงเหมาะสำหรับคนที่ดูแลสุขภาพ
แพทย์อธิบายว่า การเริ่มต้นวันด้วยไข่ต้ม ช่วยให้ร่างกายได้รับโปรตีนคุณภาพดี ซึ่งมีส่วนช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อและทำให้อิ่มนานขึ้น หลายคนที่กินไข่ต้มเป็นอาหารเช้าจึงมักลดการกินจุกจิกระหว่างวันได้
นอกจากนี้ ไข่ยังมี “โคลีน” ซึ่งเป็นสารสำคัญต่อการทำงานของสมองและระบบประสาท ช่วยเรื่องความจำและสมาธิ จึงเหมาะทั้งกับวัยทำงาน เด็ก และผู้สูงอายุ
อีกหนึ่งข้อดีที่หลายคนอาจไม่รู้ คือไข่ต้มช่วยควบคุมน้ำหนักได้ดี เพราะให้พลังงานไม่สูงมาก แต่ให้ความอิ่มนาน ทำให้ลดโอกาสกินอาหารหวานหรือของทอดในช่วงสาย

ไข่ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ลูทีนและซีแซนทีน ที่ช่วยบำรุงสายตา ลดความเสี่ยงของปัญหาดวงตาเมื่ออายุมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม แพทย์เตือนว่า แม้ไข่จะมีประโยชน์ แต่ก็ควรกินในปริมาณเหมาะสม โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาไขมันในเลือดสูง หรือโรคประจำตัวบางชนิด ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับปริมาณที่เหมาะกับร่างกาย
นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงไข่ที่สุกไม่พอหรือเก็บไว้นานเกินไป เพราะอาจเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียได้
ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการยังแนะนำว่า การกินไข่ต้มคู่กับผัก ผลไม้ หรือธัญพืช จะช่วยให้มื้อเช้ามีสารอาหารครบถ้วนมากขึ้น และดีกว่าการกินอาหารแปรรูปหรืออาหารหวานจัดในตอนเช้า
บางครั้งอาหารที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่อาหารราคาแพง แต่เป็นอาหารธรรมดาใกล้ตัว ที่เรากินอย่างถูกวิธีและพอดีกับร่างกายนั่นเอง

