ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะบริเวณใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม เตรียมพร้อมรับมืออันตรายจากฝนตกหนักและฝนสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้
ขณะเดียวกัน คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบน ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา มีกำลังค่อนข้างแรง โดยทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่าง ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขณะที่อ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณที่เกิดฝนฟ้าคะนอง คลื่นอาจสูงมากกว่า 2 เมตร
ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในพื้นที่ที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบน ควรงดออกจากฝั่งในช่วงนี้

ภาคเหนือ
จะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 22-27 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
จะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนใหญ่เกิดในจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี ชัยภูมิ ขอนแก่น และนครราชสีมา อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ภาคกลาง
จะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ โดยจะพบฝนในจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม และสมุทรสงคราม อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ภาคตะวันออก
จะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งในจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ฝั่งตะวันออก
จะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุง อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ส่วนบริเวณห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร และในพื้นที่ที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ฝั่งตะวันตก
จะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งในจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส โดยตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นไป ลมตะวันตกเฉียงใต้มีความเร็ว 20-40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนพื้นที่ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงมา ลมตะวันตกเฉียงใต้มีความเร็ว 20-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
จะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ โดยส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในช่วงบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ปีนักษัตรแรกที่ควรระวังคือ ปีมะเส็ง (งู) ผู้ที่เกิดปีนี้มักมีลักษณะเป็นคนคิดเร็ว ทำเร็ว และชอบตัดสินใจเรื่องการเงินอย่างฉับไว หากนำต้นกวักมรกตมาปลูกไว้ในบ้าน อาจทำให้พลังงานของธาตุไม้ไปกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายเกินตัว บางครั้งอาจตัดสินใจลงทุนหรือใช้เงินโดยไม่วางแผน จนเสี่ยงต่อการเกิดหนี้สินสะสมได้ง่าย ดังนั้นผู้ที่เกิดปีมะเส็งควรระมัดระวัง และหากต้องการปลูกต้นไม้ ควรเลือกชนิดที่ให้พลังงานสมดุลมากกว่า

ปีนักษัตรที่สองคือ ปีขาล (เสือ) คนปีขาลมีนิสัยกล้าหาญ ชอบความท้าทาย และมักไม่กลัวความเสี่ยงในเรื่องการเงิน เมื่อพลังของต้นกวักมรกตซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการดึงดูดเงินทองเข้ามาอยู่ในบ้าน อาจทำให้เจ้าของบ้านมีความทะเยอทะยานมากขึ้น จนเกิดการลงทุนหรือขยายธุรกิจโดยไม่คำนึงถึงความเสี่ยงมากพอ ส่งผลให้เงินหมุนไม่ทันและกลายเป็นภาระหนี้สินในภายหลัง
ปีนักษัตรที่สามคือ ปีวอก (ลิง) ผู้ที่เกิดปีวอกมักมีไหวพริบดี ฉลาด และมีความสามารถในการหาเงิน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่มีความอยากลองสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ การปลูกต้นกวักมรกตอาจกระตุ้นพลังของการเคลื่อนไหวทางการเงินมากเกินไป ทำให้เกิดการหมุนเวียนเงินอย่างรวดเร็ว ทั้งรายรับและรายจ่าย ซึ่งหากบริหารจัดการไม่ดี ก็อาจนำไปสู่ปัญหาหนี้สินโดยไม่ตั้งใจ

ปีนักษัตรสุดท้ายคือ ปีกุน (หมู) คนปีกุนมักเป็นคนใจดี ใจกว้าง และพร้อมช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ นิสัยเช่นนี้ทำให้บางครั้งไม่ทันระวังเรื่องการเงิน เมื่อปลูกต้นกวักมรกตซึ่งมีความเชื่อว่าเรียกทรัพย์ อาจทำให้มีคนเข้ามาขอยืมเงินหรือขอความช่วยเหลือมากขึ้น หากเจ้าของบ้านปฏิเสธไม่เป็น ก็อาจทำให้เงินไหลออกมากกว่าที่ควร และสุดท้ายกลายเป็นภาระทางการเงินได้
อย่างไรก็ตาม ความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยและปีนักษัตรเป็นเพียงแนวทางหนึ่งในการเสริมพลังชีวิตเท่านั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการวางแผนการเงินอย่างรอบคอบ การใช้จ่ายอย่างมีสติ และการบริหารรายรับรายจ่ายให้สมดุล หากสามารถทำได้ แม้จะปลูกต้นกวักมรกตหรือไม่ก็ตาม ก็ยังสามารถสร้างความมั่นคงทางการเงินและความสบายใจในชีวิตได้อย่างแท้จริง

