เปิดโพสต์สุดท้าย น้องเติ้ล นวริช เขื่อนใจ นักศึกษาวิศวกรรมไฟฟ้าปี 4 ก่อนเสียชีวิตกะทันหันพร้อมคุณป้า ชีวิตกำลังไปได้สวย
จากกรณีเหตุสลดกลางไร่มัน ฟ้าผ่าป้า-หลาน ดับคู่ ขณะเก็บของหนีฝนกลางกระท่อม ญาติเศร้าต้องใช้รถไถลุยโคลนนำร่างออกจากจุดเกิดเหตุ ด้านหลานชายชื่อว่า “น้องเติ้ล” ยังเป็นนักศึกษาวิศวะปี 4 อดีตรองนายกนักศึกษา และนักฟุตบอลทีมท้องถิ่น เพิ่งโพสต์ภาพน่ายินดีไปเพียง 1 วันก่อนเสียชีวิต น่าสลดใจอนาคตน้องยังไปได้อีกไกล

โพสต์สุดท้าย น้องเติ้ล หนุ่มวิศวะปี 4 ก่อนดับ ยิ่งสลดใจหนัก

โพสต์สุดท้าย น้องเติ้ล หนุ่มวิศวะปี 4 ก่อนดับ ยิ่งสลดใจหนัก
โดยสืบเนื่องจากเมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 11 พ.ค.69 พ.ต.ต.โยธิน เทศศรีเมือง สว.(สอบสวน) สภ.สบปราบ จ.ลำปาง รับแจ้งเหตุฟ้าผ่ามีผู้เสียชีวิต 2 ราย ภายในไร่มันสำปะหลังบริเวณรอยต่อ หมู่ 1 ต.นาแส่ง อ.เกาะคา และหมู่ 4 ต.แม่ก๊วะ อ.สบปราบ จ.ลำปาง หลังรับแจ้งจึงรุดตรวจสอบ ก่อนทราบว่าผู้เสียชีวิตถูกนำส่ง รพ.สบปราบ ไปก่อนแล้ว
ผู้เสียชีวิตทราบชื่อคือ นางจันทร์ดี เขื่อนใจ อายุ 56 ปี และนายนวริช เขื่อนใจ อายุ 22 ปี ซึ่งเป็นป้าและหลานกัน ทั้งคู่เป็นชาว อ.สบปราบ จ.ลำปาง
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุทั้งสองพร้อมครอบครัวพากันไปปลูกมันสำปะหลังในไร่ดังกล่าว กระทั่งช่วงเย็นใกล้เวลา 18.00 น. ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้มและฝนตั้งเค้าจะตก ทั้งคู่พร้อมชาวบ้านอีก 1 คน จึงพากันไปเก็บข้าวของบริเวณกระท่อมกลางไร่เพื่อเตรียมกลับบ้าน โดยจุดดังกล่าวอยู่ใกล้ต้นไม้ใหญ่
ระหว่างนั้นได้เกิดเหตุไม่คาดฝัน ฟ้าผ่าลงมาอย่างรุนแรง ทำให้ทั้งสองร่างกระเด็นไปคนละทิศละทาง ก่อนแน่นิ่งเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที ส่วนผู้เห็นเหตุการณ์ต้องเดินเท้าออกมาขอความช่วยเหลือไกลเกือบ 2 กิโลเมตร เนื่องจากฝนตกหนัก ถนนทางเข้าไร่เต็มไปด้วยโคลน รถทั่วไปไม่สามารถผ่านเข้าไปได้

โพสต์สุดท้าย น้องเติ้ล หนุ่มวิศวะปี 4 ก่อนดับ ยิ่งสลดใจหนัก
เจ้าหน้าที่กู้ภัยและกู้ชีพต้องจอดรถรอที่ปากทาง ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 2 กิโลเมตร ก่อนประสานรถไถและรถบรรทุก 6 ล้อ ลุยเข้าไปนำร่างผู้เสียชีวิตออกมา ท่ามกลางความโศกเศร้าของญาติและชาวบ้าน
ทั้งนี้ นายนวริช หรือ “น้องเติ้ล” เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิศวกรรมไฟฟ้าอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง เคยดำรงตำแหน่งรองนายกองค์การบริหารนักศึกษา ประจำปีการศึกษา 2568 อีกทั้งยังเคยได้รับตำแหน่งเดือนคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ในกิจกรรม Stars of Industrial Technology ปี 2566 และเป็นนักฟุตบอลของทีม MAEKUE TEAM (แม่ก๊วะ) อีกด้วย
ล่าสุดเปิดโพสต์สุดท้ายบนเฟซบุ๊กของน้อง เพิ่งโพสต์เมื่อวันที่ 10 พ.ค.69 เป็นภาพถ่ายร่วมกับทีม MAEKUE TEAM (แม่ก๊วะ) เพิ่งชนะการแข่งขันสบปราบคัพ เป็นแชมป์อีกสมัย โดยน้องโพสต์รูปกับเพื่อนร่วมทีมพร้อมแคปชั่นแห่งความยินดีว่า
“ขออนุญาตเเชมป์อีกสักปี 2สมัย #สบปราบคัพ#เเม่กัวะ city”
กาแฟดำเป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจและช่วยให้อายุยืนยาว แต่ปัญหาจะเริ่มเกิดขึ้นทันทีเมื่อกาแฟในถ้วยเต็มไปด้วยน้ำตาล ไขมัน และไซรัปปรุงรส

ไม่ใช่กาแฟทุกแก้วที่ให้ผลลัพธ์เหมือนกัน
กาแฟดำที่ไม่ใส่น้ำตาลหรือเติมนมเพียงเล็กน้อยสามารถเป็นส่วนหนึ่งของอาหารเพื่อสุขภาพได้ โดยมาตรฐานจาก FDA และ EFSA ระบุว่าการบริโภคคาเฟอีนในปริมาณที่เหมาะสมสำหรับผู้ใหญ่อยู่ที่ไม่เกิน 400 มิลลิกรัมต่อวัน หรือประมาณกาแฟ 2-4 ถ้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของเมล็ดและการชง
ดร. เจเรมี ลอนดอน ศัลยแพทย์หัวใจชาวอเมริกันผู้มีประสบการณ์กว่า 25 ปี ซึ่งให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิตผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างสม่ำเสมอ ได้รับคำถามเมื่อเร็วๆ นี้ว่า การดื่มกาแฟจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพหรือไม่ คำตอบของเขาชัดเจนว่า “ใช่ แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขบางประการ”
ซึ่งหมายถึง “กาแฟดำเท่านั้น” โดยไม่เติมน้ำตาล น้ำเชื่อมปรุงแต่งรส หรือนมสด เขายังเน้นย้ำอีกว่าเขาไม่ได้หมายถึงเครื่องดื่มกาแฟของหวานหรือมิลค์เชคที่ขายในร้านกาแฟ ซึ่งมักมีน้ำตาลและแคลอรี่ในปริมาณมาก
” ความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ลดลงความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดลดลง อัตราการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุลดลง อุบัติการณ์ของโรคมะเร็งบางชนิดลดลงและโรคทางระบบประสาทเสื่อมลดลง แล้วทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? ก็เพราะกาแฟมีสารต้านการอักเสบและสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น กรดคลอโรเจนิค ” เขากล่าวอธิบาย

ลบความเชื่อผิดๆ: กาแฟไม่ใช่ “การเสพติด” แต่คือตัวช่วยให้อายุยืน
ในอดีตกาแฟมักถูกจัดอยู่ในหมวด “สารเสพติดหรือของมึนเมา” เช่นเดียวกับบุหรี่และแอลกอฮอล์ แต่ปัจจุบันผลการศึกษาทางการแพทย์ยืนยันแล้วว่าความเชื่อเรื่องโทษของกาแฟเป็นเพียง “ตำนาน” โดย นพ. สตานิสวัฟ ซูร์มา (Stanisław Surma) ระบุว่าผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำในปริมาณที่พอเหมาะจะได้รับประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ทั้งช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจขาดเลือด
ตัวการร้ายที่ทำลายหัวใจไม่ใช่ “ตัวกาแฟ” แต่คือ “สิ่งที่เติมลงไป” กาแฟปรุงแต่งที่ใส่ไซรัป วิปครีม ซอสรสชาติต่างๆ และนมไขมันเต็มส่วน ล้วนเต็มไปด้วยน้ำตาล แคลอรี และกรดไขมันอิ่มตัว ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจของระบบหมุนเวียนโลหิต
กลุ่มเมนูกาแฟที่ควรหลีกเลี่ยงหากไม่อยากเสี่ยงโรค
ควรระมัดระวังเป็นพิเศษกับเมนูยอดฮิตในร้านกาแฟ เช่น ลาเต้แก้วใหญ่ที่ใส่ไซรัป, คาราเมลมัคคิอาโต, กาแฟปั่น (Frappe) หรือกาแฟใส่วิปครีมพูนๆ เนื่องจากเมนูเหล่านี้มีลักษณะใกล้เคียงกับ “ของหวาน” มากกว่ากาแฟ
สมาคมโรคหัวใจแห่งอเมริกา (AHA) แนะนำให้จำกัดการบริโภคน้ำตาลที่เติมลงในเครื่องดื่ม เพราะน้ำตาลที่มากเกินไปจะส่งผลเสียต่อระบบเผาผลาญและเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงพฤติกรรมการดื่มกาแฟที่บ้าน หากใส่ครีมเทียมและน้ำตาลหลายช้อนต่อวัน ก็อาจทำให้ร่างกายได้รับพลังงานเกินความจำเป็นโดยไม่รู้ตัว

หัวใจกับกาแฟ: ความพอดีคือหัวใจสำคัญ
มูลนิธิโรคหัวใจแห่งอังกฤษ (BHF) ให้ข้อสังเกตว่าการตอบสนองต่อคาเฟอีนของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน หากดื่มกาแฟแล้วมีอาการใจสั่น กระสับกระส่าย มือสั่น หรือนอนไม่หลับ ควรลดปริมาณลงหรือปรึกษาแพทย์
นอกจากคาเฟอีนแล้ว กาแฟยังมีสารเคมีอื่นๆ เช่น กรดคลอโรจีนิก (Chlorogenic acid) และไตรโกเนลลีน (Trigonelline) ซึ่งมีผลต่อการทำงานของหัวใจ ศ.นพ. กริสซอฟ เจ. ฟิลิเพียก (Krzysztof J. Filipiak) อธิบายว่า สำหรับผู้ที่ดื่มเป็นประจำในปริมาณ 2-3 ถ้วยต่อวัน สารเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) แต่ในทางกลับกัน ผู้ที่มีปัญหาความดันโลหิตสูงที่คุมไม่ได้ โรควิตกกังวล โรคกระเพาะ หรือสตรีมีครรภ์ ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ
ดื่มกาแฟอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ?
กฎเหล็กที่ง่ายที่สุดคือ “ยิ่งส่วนผสมน้อย ยิ่งดีต่อร่างกาย”เลือกกาแฟดำ: ไม่ใส่น้ำตาล ไซรัป หรือวิปครีม
ใช้ทางเลือกที่ดีกว่า: หากต้องการลดความเข้มข้น ให้เติมนมไขมันต่ำหรือนมจากพืชสูตรไม่ใส่น้ำตาลในปริมาณเล็กน้อย
เลี่ยงดื่มช่วงเย็น: เพื่อป้องกันอาการนอนไม่หลับ เพราะการนอนหลับที่มีคุณภาพคือปัจจัยสำคัญในการป้องกันโรคหัวใจ
สรุปได้ว่า กาแฟไม่ใช่ศัตรูของสุขภาพ แต่ “เวอร์ชันของหวาน” ของมันต่างหากที่เป็นอันตราย แทนที่จะเลิกดื่ม ลองเปลี่ยนมาจำกัดปริมาณน้ำตาลและครีม เพื่อรักษาอรรถรสของกาแฟควบคู่ไปกับการมีหัวใจที่แข็งแรง
