วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าสำหรับประเทศไทย โดยระบุว่า บริเวณภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากมีลมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้ ส่วนทะเลอันดามันตอนบนคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
สำหรับประเทศไทยตอนบน มีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักบางพื้นที่ในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก เนื่องจากลมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุม ในขณะที่บางพื้นที่ยังคงมีอากาศร้อน
ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง รวมทั้งฝนตกหนักและฝนสะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำและพื้นที่ลุ่ม ส่วนเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล ป้องกันความเสียหายต่อผลผลิตและสัตว์เลี้ยง รวมถึงดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง
นอกจากนี้ ในช่วงวันที่ 14-18 พฤษภาคม 2569 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมอ่าวเบงกอลตอนล่างจะเคลื่อนขึ้นไปอ่าวเบงกอลตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมจะมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร (บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 3 เมตร) และอ่าวไทยตอนบนคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร (บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 2 เมตร)
ด้านสถานการณ์ฝุ่นละอองในประเทศไทยตอนบน ปัจจุบันมีการสะสมของฝุ่นละอองและหมอกควันอยู่ในเกณฑ์น้อย เนื่องจากมีฝนตกในหลายพื้นที่

ภาคเหนือ
อากาศร้อนในตอนกลางวัน มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส สูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส
อากาศร้อนในตอนกลางวัน มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ และลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองคาย หนองบัวลำภู ชัยภูมิ นครราชสีมา และบุรีรัมย์ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส สูงสุด 36-37 องศาเซลเซียส
ภาคกลาง
อากาศร้อนในตอนกลางวัน มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส สูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออก
อากาศร้อนในตอนกลางวัน มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส สูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส สูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส สูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ทะเลตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นไปคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงมาคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพและปริมณฑล
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 27-28 องศาเซลเซียส สูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส
