รู้แล้วตกใจ 5 คนลาวติดถ้ำที่ลาว กินไม้ร่อนทองประทังชีวิต หมดไป 2 ถาด ชาวเน็ตอธิบายทำไมถึงทานได้ ในยามไร้อาหาร
จากกรณีอุโมงค์เหมืองแร่ทองคำในเมืองล่องแจ้ง แขวงไชยสมบูรณ์ สปป.ลาว เกิดเหตุถล่ม ส่งผลให้คนงาน 7 คนติดอยู่ภายในเหมืองและไม่สามารถออกมาได้ ท่ามกลางควาวพยายามของเจ้าหน้าที่และทีมกู้ภัยในการเร่งค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอย่างต่อเนื่อง

โดยทีมกู้ภัยจากประเทศไทยได้เดินทางเข้าร่วมปฏิบัติการกับทางการ สปป.ลาว กระทั่งล่าสุดมีข่าวดี เมื่อเจ้าหน้าที่สามารถพบคนงานที่ติดค้างอยู่ภายในเหมืองแล้ว 5 ราย และสามารถช่วยเหลือ “ท้าวมืด” อายุ 23 ปี ออกมาได้เป็นคนแรกอย่างปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม คนงานอีก 4 รายที่พบตัวยังคงอยู่ภายในพื้นที่เหมือง เนื่องจากสภาพร่างกายและข้อจำกัดด้านความปลอดภัย ทำให้ยังไม่สามารถนำตัวออกมาได้ในทันที โดยเจ้าหน้าที่เตรียมประชุมวางแผนและประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ เพื่อดำเนินการช่วยเหลือทั้งหมดออกมาให้ได้อย่างปลอดภัยในวันถัดไป
ล่าสุด อาจารย์ติงลี่ หรือ เก่งกาจ บ้งกาวงศ์ หัวหน้ากู้ภัยเมตตาธรรมกาฬสินธุ์ หนึ่งในแถวหน้าชุดกู้ภัยไทยที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ในถ้ำ โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงการเอาชีวิตรอดของคนทั้ง 5 ในถ้ำ โดยระบุว่า “ตะลึง! คนทั้ง 5 ที่ติดถ้ำ กินไม้ร่อนทองหมดไป 2 ถาดประทังชีวิต”

หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ไป ก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ชื่นชมกู้ภัยไทยและเอาช่วยให้พาคนทั้งหมดออกมาจากถ้ำให้ได้ นอกจากนี้ยังมีชาวเน็ตท่านหนึ่ง อธิบายถึงไม้ร่อนทองว่าทำไมถึงกินได้ โดยระบุว่า
ในยามคับขัน ทางเทคนิค กินได้นะ ช่วยได้อยู่ ไม้ที่ใช้ร่อนทองต้องการความเบา เพราะต้องถือร่อนด้วยมือตลอด เป็นไม้เนื้ออ่อน ที่แช่น้ำอยู่กับน้ำนานๆ มีความชื้นสูงในอ่อนนุ่ม เนื้อไม้คือองค์ประกอบเซลลูโลส ใยถักทอจากโครงสร้างคาร์บอน จากห่วงโซ่โพลี่แซกคาไร ที่มาจากโครงสร้างย่อยของโมเลกุลน้ำตาลต่างๆอีกที บางส่วนในเนื้อไม้ที่ยังมิก่อโครงสร้างแข็งแรง ร่างกายน้ำย่อยก็พอจะย่อยได้ ให้สารอาหารพลังงานแม้น้อยนิด
อันนี้เราเห็นได้จากการเกิดสีน้ำตาลในส่วนต่างๆ ของพืชมิว่าใบไม้ร่วงหล่น เปลือก ต้น ที่จะออกสีน้ำตาลนั่นคือน้ำตาลองค์ประกอบในไม้พืชมี ช่วยลดความหิวกระหาย ช่วยซับน้ำย่อยพิษกรดที่หลั่งจากในกระเพาะ ช่วยในเรื่องความรู้สึกอิ่มและลดการกัดของกรดต่อเนื้อเยื่อกระเพาะ และส่วนใหญ่ช่วยในเรื่องต้านอักเสบภายใน
ในร่างกายดูดซึมไปใช้ทุกส่วนเซลส์ แม้จะน้อยนิดแต่ก็จำเป็นสูงในสภาวะร่างกายทรุดโทรมเพราะขาดอาหาร สารอาหาร ภูมิที่ต่ำ ออกซิเจนที่ต่ำ เช่นกันในการเอาเหล้ามาสกัดในสมุนไพรดองเหล้าต่างๆ จากย่านเถาว์เปลือก กิ่งต้นไม้ สีน้ำตาลที่ออกมา คือน้ำตาลหลากชนิด สารอาหารที่มิถักทอในโครงสร้างโพลี่แซคคาไร หรือเซลลูโลส ที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้
รายงานพยากรณ์อากาศ 30 พฤษภาคม 2569 เตือนมรสุมแรงทำไทยฝนตกสะสม เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก จากการติดตามรายงานสถานการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด พบว่าในระยะ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยยังคงมี ฝนตกต่อเนื่อง โดยปัจจัยหลักมาจาก มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ กำลังค่อนข้างแรงที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ประกอบกับมี ร่องมรสุม พาดผ่านภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เข้าสู่ หย่อมความกดอากาศต่ำ บริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง

ลักษณะเช่นนี้ทำให้เกิด ฝนตกหนักสะสม ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มและพื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน เตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นกระทันหัน
ปริมาณฝนในแต่ละภูมิภาคมีกระจายตัวหนาแน่นแตกต่างกันไป โดยมีการแบ่งพื้นที่เฝ้าระวังตามข้อมูล พยากรณ์อากาศรายภาค ตั้งแต่เวลา 00:00 น. วันนี้ ถึง 00:00 น. วันพรุ่งนี้ ดังนี้
ภาคเหนือ (มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ / ฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง)
• พื้นที่เฝ้าระวัง: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
• อุณหภูมิ: ต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส / สูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส
• กระแสลม: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
ภาคกลาง (มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ / ฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง)
• พื้นที่เฝ้าระวัง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี และสมุทรสาคร
• อุณหภูมิ: ต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส / สูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส
• กระแสลม: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
ภาคใต้ฝั่งตะวันตก (มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ / ฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง)
• พื้นที่เฝ้าระวัง: จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง
• อุณหภูมิ: ต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส / สูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ / ฝนตกหนักบางแห่ง)
• พื้นที่เฝ้าระวัง: จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี ชัยภูมิ ขอนแก่น อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และอุบลราชธานี
• อุณหภูมิ: ต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส / สูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส
• กระแสลม: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคตะวันออก (มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ / ฝนตกหนักบางแห่ง)
• พื้นที่เฝ้าระวัง: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
• อุณหภูมิ: ต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส / สูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส
• กระแสลม: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ภาคใต้ฝั่งตะวันออก (มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ / ฝนตกหนักบางแห่ง)
• พื้นที่เฝ้าระวัง: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช
• อุณหภูมิ: ต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส / สูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส
• กระแสลม: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล (มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ / ฝนตกหนักบางแห่ง)
• อุณหภูมิ: ต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส / สูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส
• กระแสลม: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
ขอบคุณที่มา: www.mumkhao.com

