เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ศูนย์ประชาสัมพันธ์กรม อุตุนิยมวิทยา ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 10 พฤษภาคม 2569) ฉบับที่ 5 (54/2569)
บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น กับมีลมกระโชกแรง และฝนตกหนักบางแห่ง หลังจากนั้นอากาศจะคลายความร้อนลง เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทย และทะเลจีนใต้เข้าปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบน สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมภาคใต้ และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้จะมีฝนตกหนักบางแห่ง
ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมทั้งระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิต ทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง อีกทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย
จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประกาศ ณ วันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 17.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปในวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 05.00 น.

ประกาศดังกล่าว

ประกาศดังกล่าว

ประกาศดังกล่าว

ประกาศดังกล่าว

ประกาศดังกล่าว
เรียบเรียง สยามนิวส์
ความคืบหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐเริ่มมีความชัดเจน เมื่อกระทรวงการคลังเตรียมนำเสนอโครงการสำคัญ ได้แก่ โครงการคนละครึ่งพลัส และ ไทยช่วยไทยพลัส ควบคู่กับการเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ก่อนจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนพร้อมกันในวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 นี้ และสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ตามกรอบเวลาที่รัฐบาลได้วางไว้
สำหรับโครงการ คนละครึ่งพลัส และ ไทยช่วยไทยพลัส เบื้องต้นกำหนดเปิดลงทะเบียนเพียง 1 สัปดาห์ ผ่านแอปพลิเคชัน เป๋าตัง โดยผู้ได้รับสิทธิจะได้รับวงเงินรวม 4,000 บาท ซึ่งจะแบ่งจ่ายเดือนละ 1,000 บาท เป็นระยะเวลา 4 เดือน รูปแบบการใช้จ่ายยังคงเป็นลักษณะร่วมจ่าย โดยรัฐบาลสนับสนุน 60% และประชาชนจ่ายเอง 40% คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมโครงการประมาณ 30 ล้านสิทธิ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานราก
ในส่วนของ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน จะมีการเปิดให้ลงทะเบียนใหม่เป็นระยะเวลาประมาณ 1 เดือน ซึ่งอยู่ระหว่างการกำหนดหลักเกณฑ์คุณสมบัติให้เหมาะสมมากขึ้น โดยขั้นตอนเบื้องต้น ผู้ลงทะเบียนสามารถกรอกข้อมูลผ่านแอปเป๋าตัง โดยใช้เพียงชื่อ-นามสกุล และเลขบัตรประชาชน ก่อนรอการตรวจสอบสิทธิจากหน่วยงานภาครัฐ
สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิม ซึ่งปัจจุบันมีประมาณ 13.2 ล้านคน จะยังคงได้รับสิทธิอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการเพิ่มวงเงินช่วยเหลือจากเดิม 300 บาท เป็น 1,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 4 เดือน อย่างไรก็ตาม รูปแบบการใช้จ่ายจะแตกต่างจากคนละครึ่งพลัส โดยผู้ถือบัตรจะต้องชำระค่าสินค้าเต็มจำนวนเอง และไม่ได้รับการสมทบจากภาครัฐ
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังระบุเพิ่มเติมว่า การคัดกรองสิทธิใหม่ของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 2 เดือน โดยในช่วง 2 เดือนแรก ผู้ถือสิทธิเดิมจะยังได้รับเงินช่วยเหลือก่อน หากมีผู้หลุดจากเกณฑ์ใหม่ กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างออกแบบมาตรการรองรับ โดยอาจให้กลุ่มดังกล่าวเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสในช่วง 2 เดือนหลัง พร้อมพิจารณาเปิดลงทะเบียนเพิ่มเติม
ก่อนหน้านี้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้กล่าวถึงโครงการทั้งสองว่าจะถูกรวมภายใต้ชื่อ ไทยช่วยไทยพลัส เพื่อให้การช่วยเหลือมีความต่อเนื่องและครอบคลุมมากขึ้น โดยแหล่งงบประมาณจะมาจากหลายส่วน ทั้งพระราชกำหนดกู้เงิน งบกลางปี 2569 การโอนงบประมาณปี 2569 และงบประมาณปี 2570 ที่อยู่ระหว่างการพิจารณา
สรุปไทม์ไลน์ ไทยช่วยไทยพลัส-คนละครึ่งพลัส-บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
19 พ.ค. 2569: เสนอ ครม. พิจารณาโครงการ
25 พ.ค. 2569: เปิดลงทะเบียนผ่านแอป “เป๋าตัง”
1 มิ.ย. 2569: เริ่มใช้สิทธิ
ประชาชนที่สนใจควรเตรียมตัวให้พร้อม โดยเฉพาะการตรวจสอบสิทธิและการลงทะเบียนผ่านช่องทางทางการ เพื่อไม่พลาดโอกาสในการรับสิทธิในรอบนี้

