
เมื่อไปถึงพบผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 ราย และผู้เสียชีวิตรวม 6 ราย โดยเจ้าหน้าที่เร่งให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ก่อนนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง เจ้าหน้าที่ได้นำร่างผู้เสียชีวิตทั้งหมดส่งโรงพยาบาลสวี เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย ขณะที่สาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียดจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต่อไป

.
.
.
.
.
.
เมื่อเวลา 12.08 น. วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ชีพกู้ภัยสมาคมพุทธประทีปหลังสวน ได้รับแจ้งจากศูนย์นเรนทรจังหวัดชุมพรว่า เกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนกับรถกระบะ บริเวณบ้านเขาน้อย ต.นาสัก อ.สวี จ.ชุมพร โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย และมีผู้ติดค้างอยู่ภายในยานพาหนะ

สลดหนัก กระบะประสานงาเต็มๆ ดับคาที่ 6 เด็กสุดหนูน้อยวัย 2 ขวบ

สลดหนัก กระบะประสานงาเต็มๆ ดับคาที่ 6 เด็กสุดหนูน้อยวัย 2 ขวบ
หลังรับแจ้ง ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ชีพกู้ภัยสมาคมพุทธประทีปหลังสวน จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัย พร้อมรถพยาบาล 1 คัน รถอุปกรณ์ตัดถ่าง 1 คัน และรถอาสาสมัครอีก 6 คัน เข้าสนับสนุนในจุดเกิดเหตุอย่างเร่งด่วน
เมื่อไปถึงพบผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 ราย และผู้เสียชีวิตรวม 6 ราย โดยเจ้าหน้าที่เร่งให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ก่อนนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง
สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย ประกอบด้วย
หญิง อายุ 26 ปี มีอาการมึนงง มีแผลฉีกขาดบริเวณศีรษะ และเจ็บแน่นหน้าอก เจ้าหน้าที่กู้ชีพนำส่งโรงพยาบาลสวี
ชาย อายุ 30 ปี ขาขวาผิดรูป มีอาการเหงื่อออก ตัวเย็น เจ้าหน้าที่ อบต.เขาทะลุ นำส่งโรงพยาบาลทุ่งตะโก
ชาย อายุ 25 ปี ขาผิดรูปทั้ง 2 ข้าง และมีแผลฉีกขาดบริเวณศีรษะขนาดประมาณ 5 เซนติเมตร เจ้าหน้าที่ อบต.เขาค่าย นำส่งโรงพยาบาลสวี

สลดหนัก กระบะประสานงาเต็มๆ ดับคาที่ 6 เด็กสุดหนูน้อยวัย 2 ขวบ
ส่วนผู้เสียชีวิตทั้ง 6 ราย ประกอบด้วย
หญิง อายุประมาณ 30-40 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
ชาย อายุประมาณ 20-30 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
ชาย อายุประมาณ 30-40 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
ชาย อายุประมาณ 30-40 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
เด็กหญิง อายุ 2 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
หญิงสาว อายุ 18 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
เจ้าหน้าที่ได้นำร่างผู้เสียชีวิตทั้งหมดส่งโรงพยาบาลสวี เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย ขณะที่สาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียดจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต่อไป

หนุ่มทํางานไกล ส่งเงินให้เมียเดือนละ 4 หมื่น กลับบ้านเปิดตู้เซฟเจอ “ความ ลับ” ถึงกับเข่าทรุด
เรื่องราวสุดประทับใจของหนุ่มสู้ชีวิตที่ต้องจากบ้านไปทำงานต่างถิ่น เพื่อส่ง เงินกลับมาจุนเจือครอบครัว เขาโหมงานหนักและส่งเงินให้ภรรยาทุกบาททุก สตางค์ แต่เมื่อกลับบ้านมาเปิด ตู้เซฟ เพื่อหาเอกสาร เขากลับพบ “ความลับ” บางอย่างที่ภรรยาซ่อนไว้ ซึ่งเปลี่ยนความรู้สึกเหนื่อยล้าเป็นน้ำตาแห่งความ ตื้นตันใจทันที

การเสียสละเพื่อครอบครัว และความไว้ใจที่มีให้ภรรยา
หลินเฮ่า ชายหนุ่มผู้ตัดสินใจลาจากบ้านเกิดในชนบท เดินทางเข้าสู่เมือง กวางโจว ประเทศจีน เพื่อหางานทำหลังจากลูกคนแรกคลอดได้เพียง 4 เดือน เขาจำเป็นต้องทิ้งให้ ฉินหยู ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากดูแลบ้านและลูกเพียงลำพัง เพราะค่าครองชีพในเมืองใหญ่นั้นสูงเกินกว่าจะย้ายไปอยู่ด้วยกันทั้งครอบครัว
ได้
ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา หลินเฮ่าทํางานในโรงงานชิ้นส่วน
อิเล็กทรอนิกส์อย่างหนัก เข้ากะเช้าต่อกะดึกเพื่อแลกกับรายได้ที่ดี เขา ประหยัดอดออมและส่งเงินกลับบ้านเฉลี่ยเดือนละ 9,500 หยวน (ประมาณ 46,000 บาท) โดยไม่เคยถามซอกแซกเรื่องการใช้จ่าย เพราะเชื่อใจภรรยา อย่างเต็มร้อยว่าเธอจะจัดการทุกอย่างได้ดี
การกลับบ้านกะทันหัน และความลับในตู้เซฟ
เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว หลินเฮ่าทำเอกสารสำคัญหายที่กวางโจว จึงต้องรีบ เดินทางกลับบ้านเกิดด่วนเพื่อทำเรื่องขอเอกสารใหม่โดยไม่ได้บอกภรรยา เมื่อไปถึงบ้านเขาไม่พบใคร ลูกไปโรงเรียน ส่วนภรรยาคาดว่าน่าจะออกไป รับจ้างเกี่ยวข้าว เขาจึงส่งข้อความทิ้งไว้สั้นๆ ว่า “ผมกลับมาทำเอกสาร ต้อง รีบไปรีบกลับ เลยซื้อของเล่นมาฝากลูกแค่นั้นนะ”
หลังจากนั้นเขารีบเข้าไปในห้องนอนเพื่อเปิดตู้เซฟหวังจะหยิบเอกสาร
ทะเบียนบ้านและทะเบียนสมรส แต่เมื่อประตูตู้เซฟเปิดออก สิ่งที่ปรากฏแก่ สายตาทำให้เขาถึงกับยืนนิ่ง มันไม่ใช่แค่กองเงินสด แต่คือ “โฉนดที่ดิน” 2 ฉบับ ที่ระบุชื่อของเขาและภรรยา เป็นที่ดินผืนงามในหมู่บ้าน ขนาด 40 ตาราง วา และ 55 ตารางวา
ความจริงที่ทำให้น้ำตาของผู้ชายไหลออกมา
หลินเฮ่าเก็บความสงสัยไว้จนกระทั่งทำธุระเสร็จและกลับมาทํางาน เช้าวันรุ่ง ขึ้นเขาจึงโทรศัพท์หาฉินหยูเพื่อถามไถ่ความจริง ค่าตอบที่ได้ทำเอาเขาจุกใน อก ภรรยาเล่าว่า “ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เงินที่คุณส่งมาฉันไม่ได้ใช้เลยสักบาท ฉันเอามันไปซื้อทองเก็บสะสม พอราคาทองขึ้นก็ขายมาซื้อที่ดิน ส่วนค่ากิน อยู่รายวัน ฉันรับจ้างทั่วไปก็พอเลี้ยงสองแม่ลูกได้”
ฉินหยูเสริมด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “ถ้าเราเอาแต่ใช้เงินที่คุณหามา ชีวิตเราก็คง ย่ำอยู่กับที่ การที่ครอบครัวต้องแยกกันอยู่มันทรมาน ฉันเลยอยากเก็บเงิน สร้างฐานะ เพื่อที่เราจะได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากันเร็วๆ”
บทสรุปของความรักและความอดทน
คำพูดของภรรยาทำให้หลินเฮ่ากลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เขาเพิ่งตระหนักว่าภรรยา ของเขาไม่ได้เป็นแค่แม่บ้าน แต่คือคู่ชีวิตที่มองการณ์ไกลและยอมลำบาก เพื่ออนาคต ทั้งคู่สัญญากันว่าจะอดทนทำงานอีกเพียง 2 ปี เพื่อเก็บเงินสร้าง บ้านและเปิดโรงงานเล็กๆ เป็นของตัวเอง ตามความฝันที่จะได้อยู่ร่วมกันพ่อ
แม่ลูก
หลินเฮาโพสต์ระบายความในใจลงในโซเชียลมีเดียทิ้งท้ายไว้อย่างน่าประทับ
ใจว่า “ผมอาจจะเป็นคนหาเงินเข้าบ้าน แต่ภรรยาต่างหากที่เป็นเสา หลักทางจิตใจและอนาคตของผมอย่างแท้จริง” เรื่องนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า หากสามีภรรยาร่วมแรงร่วมใจ ต่อให้อุปสรรคใหญ่แค่ไหนก็ผ่านไปได้อย่าง แน่นอน

