กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง สำหรับเรื่องราวชีวิตสุดสะเทือนใจของ ป๋าต๊อบ ปฏิญญา ควรตระกูล หลังโลกออนไลน์หยิบคลิปสัมภาษณ์จากรายการ ตีท้ายครัว มาแชร์ต่อ ท่ามกลางกระแสสังคมที่กำลังให้ความสนใจกับประเด็นการล่วงละเมิดทางเพศในวัยเด็ก

โดย “ป๋าต๊อบ” เผยว่า ตนถูกล่วงละเมิดทางเพศมาตั้งแต่ยังเด็ก โดยคนขับรถที่ทำหน้าที่รับส่งไปโรงเรียน ขณะระหว่างเส้นทางกลับบ้านจะแวะพาไปก่อเหตุ ส่วนพ่อแม่ต่างยุ่งอยู่กับการทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัว จึงไม่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้น
ป๋าต๊อบ เล่าว่า “คนขับรถทำร้าย ขับรถไปโรงเรียน ขากลับก็แวะ แล้วพ่อแม่ก็มัวแต่ทำงานหาเงินให้ลูก ก็ไม่รู้ ลูกก็ไม่สนิทกับพ่อแม่พอที่จะไปบอกพ่อแม่ ไม่รู้ด้วยแหละ เด็กเกินไป อายุประมาณเกือบ 10 ขวบ”

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกเป็นเวลาหลายเดือน จนตั้งครรภ์และต้องทำแท้ง ซึ่งเรื่องราวนี้ฝังอยู่ในใจมาตลอด ป๋าต๊อบ กล่าวถึงความรู้สึกในตอนนั้นว่า “มันเหมือนกับติดอยู่ในใจ ฉันบาปกรรมหรือเปล่า ฉันทำแท้ง ฉันเป็นอย่างไร แต่จริง ๆ แล้วมันก็ไม่ใช่ ไม่ใช่บาป ไม่ใช่กรรม มันเป็นสิ่งที่ต้องเกิดเพื่อที่จะให้เราเป็นคนที่ดีขึ้น มีความลึกซึ้งในการใช้ชีวิตมากขึ้น”
ป๋าต๊อบ เผยต่อว่า มีโอกาสได้เยียวยาจิตใจภายในครอบครัว โดยได้กลับไปพูดคุยและกอดแม่เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 60 ปี พร้อมบอกว่า “หนูรักแม่นะ หนูรักแม่ที่สุด รู้สึกโชคดีที่ได้เกิดมาเป็นลูกแม่มากๆ” พร้อมยืนยันว่าแม่ไม่ได้มีส่วนผิดแต่อย่างใด โดยมีปีใหม่ช่วยเป็นสื่อกลางในการพูดคุยครั้งนั้น

หลังจากที่ ป๋าต๊อบ บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้แม่ฟัง แม่ร้องไห้ออกมา แต่ ป๋าต๊อบ รู้สึกได้ว่าพลังงานของแม่เปลี่ยนไป เบาขึ้นกว่าเดิม เหมือนกับการได้วางภาระหนักอึ้งที่แบกมาตลอดลงได้ในที่สุด โดยกล่าวว่า “พลังงานแม่พี่เปลี่ยน แม่เบาขึ้น เหมือนกับแม่ไม่ต้องมาแบกกรรมอันนี้ไว้ว่าฉันทำร้ายลูก ฉันไม่ดี ฉันปกป้องลูกไม่ได้ พอเราได้ตัดกรรมนี้ให้แม่ก็เท่ากับเป็นบุญที่ใหญ่มากที่ได้บอกว่าแม่ไม่ผิด”
ป๋าต๊อบ ทิ้งท้ายถึงเหตุผลที่เลือกเปิดเผยเรื่องราวนี้ว่า “มันเป็นสิ่งที่สำคัญ มันถึงเวลาแล้วไหมที่เราจะฟังเด็กบ้าง แล้วเราจะไม่ตำหนิ ไม่มีอคติต่อกัน ไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่จะต้องหลบซ่อน” สะท้อนให้เห็นถึงความกล้าหาญในการลุกขึ้นพูดถึงสิ่งที่เคยเป็นบาดแผลลึก เพื่อเป็นกระบอกเสียงให้กับเด็กคนอื่น ๆ ที่อาจกำลังเผชิญกับสถานการณ์เดียวกัน
ลูก 7 ขวบ เห็นแม่มุดน้ำคิดว่าหยอกเล่น ขี่หลังชอบใจ สุดท้ายกลายเป็นเรื่องเศร้า
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ร.ต.อ.ณัฏฐ์พัฒน์ พึ่งจาบ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ย่อยโนนสูง พร้อมด้วยหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลค่ายประจักษ์ศิลปาคม และอาสากู้ภัยมูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรม ได้รับแจ้งเหตุมีผู้หมดสติในหนองน้ำ บริเวณหนองน้ำท้ายหมู่บ้าน ซอยสันติสุข บ้านค่ายเสนีย์ หมู่ 4 ตำบลหนองขอนกว้าง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี จึงรุดเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นหนองน้ำขนาดประมาณ 1 ไร่ บริเวณริมตลิ่งมีความลึกประมาณ 1 เมตร พบร่างของ นางสมพร เขื่อนใต้ศาล อายุ 47 ปี ซึ่งเพื่อนบ้านได้ช่วยกันนำร่างขึ้นมาปฐมพยาบาลอยู่ริมฝั่ง โดยเจ้าหน้าที่กู้ชีพได้พยายามทำการปั๊มหัวใจเพื่อยื้อชีวิตผู้ประสบเหตุเป็นเวลาประมาณ 30 นาที แต่ไม่สำเร็จ นางสมพรได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา
ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังให้ความช่วยเหลือ สามีและลูกสาวของผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ เมื่อทราบว่าไม่สามารถยื้อชีวิตนางสมพรเอาไว้ได้ ลูกสาวและครอบครัวต่างอยู่ในความโศกเศร้าเสียใจ ท่ามกลางบรรยากาศความเสียใจของญาติและเพื่อนบ้านที่มามุงดูเหตุการณ์ จากการตรวจสอบตามร่างกายของผู้เสียชีวิต ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย และบริเวณโดยรอบไม่มีร่องรอยการต่อสู้แต่อย่างใด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้เสียชีวิตอาจมีอาการวูบหมดสติขณะอยู่ในน้ำ จนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เป็นเหตุให้เสียชีวิต
นางแดง นาถมทอง อายุ 58 ปี เพื่อนบ้านผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ หลังจากรับประทานอาหารกลางวัน นางสมพรได้ชักชวนตนเอง เพื่อนบ้านอีก 1 คน และลูกชายคนเล็กของผู้เสียชีวิต อายุ 7 ขวบ รวม 4 คน ออกไปงมหอยที่หนองน้ำ เมื่อมาถึง ทุกคนได้แยกย้ายกันลงไปงมหอยคนละจุด ห่างกันพอสมควร ระหว่างที่ตนกำลังก้มหน้างมหอยอยู่นั้น ได้สังเกตเห็นผู้เสียชีวิตมีอาการผิดปกติขณะอยู่ในน้ำ ตอนแรกเข้าใจว่ากำลังเล่นกับลูกชาย เพราะเห็นลูกชายขี่หลังและหัวเราะชอบใจอยู่ แต่เมื่อสังเกตดูใกล้ๆ พบว่าผู้เสียชีวิตหมดสติและมีอาการน่าเป็นห่วง ตนและเพื่อนบ้านอีกคนจึงรีบดึงร่างขึ้นจากน้ำ ก่อนจะโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ
เบื้องต้นญาติไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำร่างผู้เสียชีวิตส่งไปเก็บรักษาไว้ที่แผนกนิติเวช โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เพื่อรอผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะให้ญาติรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

