
คุณป้าสารภาพว่า เวลาที่ เห็ดหูหนู เห็ดหิมะ หรือถั่วลิสง ที่บ้านเริ่มชื้น เธอจะนำไป “ตากแดดให้แห้งแล้วเอามาใช้ต่อ” แม้แต่ข้าวสารหรือบะหมี่ที่มีกลิ่นแปลกๆ เธอก็ไม่กล้าทิ้งเพราะเสียดายของ
แพทย์ถึงกับถอนหายใจพร้อมเตือนว่า “นิสัยแบบนี้แหละ ที่ทำให้ร่างกายได้รับสารก่อมะเร็งรุนแรงทุกวัน”
“อะฟลาท็อกซิน” เพชฌฆาตเงียบที่ต้มเท่าไหร่ก็ไม่ตาย!
หลายคนคิดว่าแค่อาหาร “ไม่มีกลิ่นบูด” หรือ “ล้างให้สะอาดแล้วปรุงสุก” ก็ปลอดภัยแล้ว แต่ความจริงคือ อะฟลาท็อกซิน (Aflatoxin) น่ากลัวกว่าที่คุณคิดด้วย 3 คุณสมบัติอันตราย
พิษรุนแรง: องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้อยู่ในสารก่อมะเร็งกลุ่มที่ 1 โดยมีพิษร้ายแรงกว่า “สารหนู” ถึง 68 เท่า!
ทำลายตับโดยตรง: เมื่อเข้าสู่ร่างกาย มันจะพุ่งไปโจมตีเซลล์ตับและทำลาย DNA หากสะสมในปริมาณน้อยเป็นเวลานาน จะทำให้เซลล์ตับอักเสบเรื้อรังจนกลายเป็นมะเร็ง
ทนความร้อนสูง: การต้ม ผัด แกง ทอด แบบปกติ ไม่สามารถทำลายพิษนี้ได้ โครงสร้างของมันยังคงอยู่และพร้อมทำร้ายร่างกายเราเสมอ

5 จุดเสี่ยง “แหล่งสะสมพิษ” ในบ้านที่คนมักมองข้าม
อะฟลาท็อกซินไม่ได้อยู่แค่ในอาหารที่ขึ้นราเขียวๆ แดงๆ ให้เห็นชัดเจน แต่มันมักซ่อนตัวอยู่ใน:ธัญพืชและถั่ว: ถั่วลิสง ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่เก็บในที่ชื้น
น้ำมันพืช: น้ำมันราคาถูกหรือน้ำมันที่เก็บไว้นานเกินไป
ของแห้งรีไซเคิล: อาหารแห้งที่ชื้นแล้วนำมาตากแดดใหม่
เครื่องครัวไม้: เขียงไม้ หรือตะเกียบไม้ ที่มีรอยแตกและขึ้นราดำแต่ยังใช้งานซ้ำๆ
กูรูเตือน: การเลือกทิ้งเฉพาะเม็ดถั่วที่ขมหรือขึ้นราแล้วกินส่วนที่เหลือ หรือการนำข้าวสารชื้นมาตากแดดเพื่อหุงต่อ เป็นการ “ประหยัดที่ไม่คุ้มเสีย” เพราะคุณกำลังแลกเงินเพียงไม่กี่บาทกับค่ารักษาพยาบาลในอนาคต

5 กฎเหล็ก “ล้างห้องครัว” ปกป้องตับให้ปลอดภัยซื้อน้อย กินสด: อย่าตุนข้าวสารหรือถั่วไว้เยอะเกินไป โดยเฉพาะในฤดูฝนที่ความชื้นสูง
เก็บในที่แห้งและมิดชิด: ใช้ภาชนะแก้วปิดสนิท หรือใส่ซองกันชื้นเพื่อป้องกันเชื้อรา
ใจแข็ง “ทิ้งทั้งถุง”: หากพบอาหารมีกลิ่นอับ มีรสขม หรือเริ่มมีจุดเชื้อรา ให้ทิ้งทั้งหมดทันที อย่าพยายามตัดเฉพาะส่วนที่เสียทิ้ง เพราะสปอร์และพิษอาจกระจายไปทั่วแล้ว
เปลี่ยนเครื่องครัวไม้สม่ำเสมอ: หากเขียงหรือตะเกียบไม้มีรอยแตกหรือจุดดำ นั่นคือสัญญาณเตือนให้ทิ้งทันที
ตรวจสุขภาพประจำปี: โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคตับอักเสบบี, ซี หรือไขมันพอกตับ ควรตรวจอัลตราซาวด์ตับตามคำแนะนำของแพทย์
ความประหยัดเป็นนิสัยที่ดี แต่ต้องไม่แลกด้วยสุขภาพที่ประเมินค่าไม่ได้ การมองข้ามสัญญาณเตือนเล็กน้อยในห้องครัวอย่างกลิ่นอับหรือรอยจุดบนเครื่องครัวไม้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของโรคร้ายที่รักษาได้ยากอย่างมะเร็งตับ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพียงเล็กน้อยด้วยการ “กล้าทิ้ง” อาหารที่สงสัยว่าปนเปื้อน และเลือกรับประทานอาหารที่สดใหม่เสมอ จึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในการรักษาตับให้แข็งแรงและอยู่กับเราไปได้อย่างยาวนาน
10 พฤษภาคม 2569 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนอง กับมีลมกระโชกแรง และฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทย และทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบน ในขณะที่บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อน
สำหรับภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากลมฝ่ายตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ส่วนบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง กับลมกระโชกแรง โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมทั้งระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง อีกทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ส่วนชาวเรือควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย
ฝุ่นละอองในระยะนี้ ประเทศไทยตอนบน มีการสะสมของฝุ่นละอองหรือหมอกควันอยู่ในเกณฑ์เล็กน้อย เนื่องจากมีฝนตกในหลายพื้นที่
ออกประกาศ 10 พฤษภาคม 2569พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย18:00 น. วันนี้ ถึง 18:00 น. วันพรุ่งนี้ภาคเหนือ
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เชียงราย พะเยา น่าน ตาก อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ภาคกลาง
อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคตะวันออก
อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพและปริมณฑล
อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
