เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 “น้อบ ณภัทร” หนุ่มหล่อโปรไฟล์ดี ดีกรีทายาทหมื่นล้าน ได้โพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว เผยให้เห็นรอยยิ้มแห่งความสุขขณะกุมมือสวมแหวนหมั้นกับหวานใจหนุ่ม โดยระบุแคปชันสั้นๆ แต่เปี่ยมด้วยความหมายว่า “Fiancés #fiance #engagement #lisbon #equality #lovewins” งานนี้ทำเอาบรรดาเพื่อนพ้องในวงการและชาวเน็ตต่างตบเท้าเข้ามาคอมเมนต์แสดงความยินดีกับความรักที่สุกงอมของทั้งคู่ จนอินสตาแกรมแทบแตก!
การเปิดตัวหมั้นหมายในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องน่ายินดีในครอบครัวเท่านั้น แต่ยังเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนถึงจุดยืนของ “คุณพ่อเศรษฐา ทวีสิน” ที่ก่อนหน้านี้ได้ขับเคลื่อนและสนับสนุน “พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม” มาโดยตลอด หากย้อนกลับไปในช่วงการหาเสียงและผลักดันนโยบาย คุณเศรษฐาเคยสื่อสารผ่านกราฟิกของพรรคเพื่อไทยด้วยข้อความกินใจว่า: “ความรักที่เรามีต่อกัน ไม่ต้องแอบอยู่ข้างหลังอีกแล้ว เป็นอย่างที่เราอยากเป็น อยู่อย่างที่เราอยากอยู่… Better late than never สายกว่ายังดีกว่าไม่มา”

ภาพการหมั้นหมายของ “น้อบ ณภัทร” จึงเปรียบเสมือนการตอกย้ำว่า ความรักไม่มีพรมแดนและไม่มีเพศสภาพ สอดรับกับยุคสมัยที่ความเท่าเทียมถูกผลักดันจนกลายเป็นความจริงในสังคมไทย ทางทีมข่าว คมชัดลึกบันเทิง ขอแสดงความยินดีกับคุณน้อบและคู่หมั้น ขอให้ความรักครั้งนี้มั่นคงและมีความสุขในเส้นทางที่เลือกเองอย่างสง่างาม!
เผยแพร่ประกาศ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคกล้าธรรม ตามที่นายทะเบียนพรรคการเมืองได้มีประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง ลงวันที่ 28 มกราคม 2569 เรื่อง การเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคกล้าธรรม กรณี นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ กรรมการบริหารพรรคกล้าธรรม ขอลาออกจากสมาชิกพรรคกล้าธรรม ทำให้สมาชิกภาพของสมาชิก พรรคกลัาธรรมสิ้นสุดลงและเป็นหตุให้ความเป็นกรรมการบวิหารพรรคกล้าธรรมสิ้นสุด ลงเฉพาะตัว ตามข้อบังคับพรรคกล้าธรรม พ.ศ. 2568 ข้อ 59 วรรคหนึ่ง (2) และ ข้อ 16 วรรรคหนึ่ง (3) คงเหลือคณะกรรมการบริหารพรรคกล้าธรรม จำนวน 28 คน นั้น
บัดนี้ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ได้แจ้งต่อนายพะเบียนพรรคการเมือง ตามมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 กรณี นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ ได้มีหนังสือ ลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 แจ้งต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง ลาออกจากสมาชิกพรรคกล้าธรรมและกรรมการบริหารพรรคกล้าธรรม โดยนายทะเบียนพรรคการเมืองได้รับทราบการลาออกดังกล่าวเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 และพรรคกล้าธรรมได้รับทราบการลาออกดังกดังกล่าว เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 ทำให้สมาชิกภาพของสมาชิกพรรคกล้าธรรมสิ้นสุดลงและทำให้ความเป็นกรรมการบริหารพรรคกล้าธรรมสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามข้อบังคับพรรคกล้าธรรม พ.ศ. 2568 ข้อ 59วรรคหนึ่ง (2) และข้อ 16 วรรคหนึ่ง (2) และ (3) และ กรณี นายกฤติทัช แสงธนโยธิน กรรมการบริหารพรรคกล้าธรรม ได้มีหนังสือ ลงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 แจ้งต่อนายทะเปียนพรรคการเมือง ลาออกจากสมาชิกพรรคกล้าธรรม โดยนายทะเปียนพรรคการเมืองได้รับทราบการลาออกดังกล่าวในวันเดียวกัน ทำให้สมาชิกภาพของสมาชิกพรรคกล้าธรรมสิ้นสุดลง และเป็นเหตุให้ความเป็นกรรมการบริหารพรรคกล้าธรรมสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามข้อบังคับพรรคกล้าธรรม พ.ศ. 2568ข้อ 59 วรรคหนึ่ง (2) ประกอบข้อ 16 วรรคหนึ่ง (3)
ดังนั้น จึงทำให้คณะกรรมการบริหารพรรคกล้าธรรม คงเหลือ จำนวน 26 คน ได้แก่
1. ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรค
2. นายไผ่ สิกค์ เลขาธิการพรรค
3. นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา เหรัญญิกพรรค
4. นายอรรถกร ศิริลัทธยากร นายทะเบียนสมาชิกพรรค
5. นายจตุพร กมลพันธ์ทิพย์ กรรมการบริหารพรรค
5. นายจำลอง ภูนวนทา กรรมการบริหารพรรค
7. นายจีรเดช ศรีวิราช กรรมการบริหารพรรค
8. นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว กรรมการบริหารพรรค
9. นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ กรรมการบริหารพรรค
10. นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ กรรมการบริหารพรรค
11. นายปกรณ์ จีนาคำ กรรมการบริหารพรรค
12. นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ กรรมการบริหารพรรค
13. นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข กรรมการบริหารพรรค
14. นางรัชนี พลซื่อ กรรมการบริหารพรรค
15. นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ กรรมการบริหารพรรค
16. นายสัมพันธ์ มะยูโช๊ะ กรรมการบริหารพรรค
17. นายองอาจ วงษ์ประยูร กรรมการบริหารพรรค
18. นายอนุรัตน์ ตันบรรจง กรรมการบริหารพรรค
18. นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ กรรมการบริหารพรรค
20. นายอามินทร์ มะยูโช๊ะ กรรมการบริหารพรรค
22. นายสุชาติ อุสาหะ กรรมการบริหารพรรค
22. นางสาวณมาณิตา กลับบ้านเกาะ กรรมการบริหารพรรค
23. นางสาวอนงค์นาถ จ่าแก้ว กรรมการบริหารพรรค
24. นายพรชัย อินทร์สุข กรรมการบริหารพรรค
25. นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ กรรมการบริหารพรรค
26. นางสาวธนวรรณ เกษเมธีการุณ กรรมการบริหารพรรค
ประกาศ ณ วันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569
แสวง บุญมี
เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง
นายทะเบียนพรรคการเมือง


วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 มีรายงานว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา (สสจ.) ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่อำเภอขามสะแกแสง จ.นครราชสีมา หลังสุ่มตรวจคุณภาพน้ำดื่มและพบการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ Salmonella spp. ในผลิตภัณฑ์น้ำดื่มตราอาโป เลขสารบบอาหาร 30-2-03760-2-0001 ซึ่งเป็นเชื้อที่สามารถก่อให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษและส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง

จากการตรวจสอบพบว่า น้ำดื่มล็อตที่ตรวจพบปัญหา เป็นน้ำดื่มขนาดบรรจุ 18.9 ลิตร ผลิตเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 โดยร้านไพบูลย์พาณิชย์ ซึ่งผลตรวจวิเคราะห์จากศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 9 ยืนยันว่ามีเชื้อปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐาน จัดเป็นอาหารผิดมาตรฐานตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 และมีโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ผลิต ก่อนพบข้อเท็จจริงว่า ผู้ประกอบการนำน้ำค้างถังที่กรองเก็บไว้จากเครื่อง RO เดิม ซึ่งถูกเก็บไว้นานประมาณ 2-3 เดือน กลับมาใช้ผลิตน้ำดื่มอีกครั้ง เนื่องจากปัญหาด้านเศรษฐกิจ โดยไม่มีการผลิตน้ำใหม่ รวมถึงไม่ได้ทำความสะอาดเครื่องจักรและภาชนะบรรจุให้ถูกสุขลักษณะก่อนนำส่งตรวจ
ต่อมา ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบซ้ำเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 เพื่อสร้างความโปร่งใส พร้อมชี้แจงกรณีข่าวลือในโลกออนไลน์ว่า สถานที่ดังกล่าวเป็นสถานที่ผลิตน้ำดื่มจริง ไม่ใช่โรงงานแปรรูปยางตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลคลาดเคลื่อน
ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการได้ยืนยันขอยุติการดำเนินกิจการถาวรแล้ว ส่วนทาง สสจ.นครราชสีมา ได้มีคำสั่งระงับการผลิต พร้อมประสานหน่วยงานท้องถิ่นเร่งประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชน หากผู้ใดยังมีน้ำดื่มล็อตดังกล่าวอยู่ในครอบครอง ขอให้งดนำมาบริโภคโดยเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ

เรียบเรียงโดย มุมข่าว

