จากกรณีแรงงานชาวลาว 7 คน ซึ่งทำงานให้กับบริษัททุนจีนที่ดำเนินกิจการขุดแร่ทองคำในพื้นที่เมืองล่องแจ้ง แขวงไชยสมบูรณ์ สปป.ลาว ประสบเหตุติดอยู่ภายในอุโมงค์เหมือง หลังเกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นมา โดยภารกิจกู้ภัยครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่จากประเทศไทยเข้าร่วมสนับสนุนการช่วยเหลือด้วยนั้น
ล่าสุด ตามรายงานของ เพจเฟซบุ๊ก ดำน้ำกู้ภัย ประเทศไทย Thailand Rescue Diver ระบุว่า สรุปภารกิจเข้าสำรวจภายในเหมืองถล่ม บ้านล่องแจ้ง แขวงไชสมบูรณ์ สปป.ลาว ของทีมผู้เชี่ยวชาญการดำน้ำถ้ำ (ข้อมูลเมื่อเวลา 21. 02 น. วันที่ 25 พ.ค. 2569)

Mr.Mikko Pietari Paasi และ นาย นรเศรษฐ์ ปาละสิงห์ สองผู้เชี่ยวชาญการดำน้ำถ้ำ หลังจากออกมาจากการสำรวจถ้ำ ได้บอกเล่าว่า ภายในถ้ำแคบมากไม่สามารถคลานได้ ต้องนอนคว่ำหน้าแล้วคลานต่ำอย่างเดียว

ภายในเหมืองมีอุโมงค์เป็นช่วง ๆ ไม่สามารถคลานเข่าได้ และทั้งสองยังได้ไปถึงจุดที่สามารถดำน้ำได้ และได้ทดลองดำน้ำแล้ว ไปในจุดที่แคบมาก โดยใช้วิธีเอาขาเข้าไปก่อน และใช้วิธีเอาเท้าถีบทรายและหินจนสามารถเข้าไปในโพรงเล็กได้ โดยเข้าไปได้ลึกสุดระดับที่ 5 เมตร แต่ภายในนั้นอากาศหายใจไม่เพียงพอ จึงถอนตัวออกมา โดยจุดที่เข้าไปนั้นเป็นจุดที่แคบที่สุดของเหมือง หากถ้าผ่านจุดนี้ไปได้จะเป็นจุดที่โถงกว้างแล้ว แต่โดยสภาพอากาศที่ไม่พอเพียงจึงกลับออกมาวางแผนกันใหม่

ภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก ดำน้ำกู้ภัย ประเทศไทย Thailand Rescue Diver
เรียบเรียง สยามนิวส์
ความคืบหน้าปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายชาวลาว 7 คน ที่ติดอยู่ภายในถ้ำแห่งหนึ่งในแขวงไซสมบูน ตอนกลางของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุดเจ้าหน้าที่กู้ภัยจากทั้ง สปป.ลาว และประเทศไทย ยังคงเร่งเดินหน้าภารกิจอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางอุปสรรคสำคัญจากระดับน้ำภายในถ้ำที่เชี่ยวกรากและเส้นทางที่เข้าถึงได้ยาก
ทีมกู้ภัยต้องแข่งกับเวลา พยายามฝ่ากระแสน้ำและสภาพแวดล้อมอันตราย เพื่อเข้าไปให้ถึงจุดที่คาดว่าผู้สูญหายทั้ง 7 คนยังติดค้างอยู่ภายในถ้ำ โดยทุกฝ่ายระดมกำลังและอุปกรณ์ช่วยเหลืออย่างเต็มที่ หวังนำผู้ประสบภัยออกมาได้อย่างปลอดภัย

ล่าสุด ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Manat K Artmongkron” ได้ออกมาอัปเดตสถานการณ์การช่วยเหลือ พร้อมเผยข้อมูลความคืบหน้าของภารกิจที่หลายคนกำลังติดตามและส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิดว่า…
ระดับน้ำลดลงเกือบ 2 เมตร” วันนี้ทีมเราปฏิบัติงานกันตั้งแต่เช้าจนถึงเวลา 23:25 น. ตลอดทั้งวันคือการแข่งขันกับเวลา ความมืด และข้อจำกัดภายในถ้ำ
ทีมงานได้เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม จนสามารถลดระดับน้ำลงได้เกือบ 2 เมตร ถือเป็นความคืบหน้าสำคัญของภารกิจ และในขณะเดียวกัน เราสามารถวางระบบสื่อสารไปถึงโถงสุดท้าย ก่อนถึงจุดที่คาดว่าพบสัญญาณชีพได้สำเร็จ แม้ภารกิจจะเดินหน้าได้ดี แต่ความปลอดภัยของทีมยังคงสำคัญที่สุด

ระหว่างปฏิบัติงาน ทีมส่วนหน้า 2 ใน 6 นาย มีอาการวิงเวียนและร่างกายเริ่มตอบสนองผิดปกติ เราจึงตัดสินใจถอนกำลังกลับสู่จุดปลอดภัยทันที เพื่อพักฟื้นร่างกายและประเมินความพร้อม ก่อนเดินหน้าปฏิบัติการต่อในเช้าวันรุ่งขึ้น ทุกคนยังคงมีความหวังและเราจะพยายามกันจนสุดกำลังขอขอบคุณทุกแรงสนับสนุนจากทุกฝ่าย จากโรงหมอไชยสมบูรณ์ ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ที่ร่วมกันประคองภารกิจนี้ไว้ตลอดทั้งคืนครับ

