อัปเดตเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ งวดเดือนพฤษภาคม 2569 รัฐบาลช่วยเหลือผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ที่ไม่ได้รับสวัสดิการหรือบำนาญจากรัฐเป็นประจำ โดยจะโอนเข้าบัญชีทุกวันที่ 10 ของทุกเดือน โดยหากตรงกับวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ เงินจะถูกเลื่อนโอนเร็วกว่ากำหนด ดังนั้นงวดนี้จะได้รับเงินใน วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569
โดยผู้สูงอายุที่ลงทะเบียนไว้ จะได้รับเงินซึ่งรัฐบาลยังคงกำหนดอัตราการจ่ายตามระเบียบกระทรงมหาดไทย ว่าด้วยหลักการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2566 โดยจ่ายเป็นรายเดือน ตามช่วงอายุ ดังนี้
-อายุ 60–69 ปี ได้รับเงิน 600 บาทต่อเดือน
-อายุ 70–79 ปี ได้รับเงิน 700 บาทต่อเดือน
-อายุ 80 ปีขึ้นไป ได้รับเงินสูงสุด 1,000 บาทต่อเดือน
โดยเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุนั้น ยังได้รับตามอัตราเดิม ยังไม่ได้มีการเปลี่ยนตามที่มีการกระแสข่าวแชร์กันก่อนหน้านี้ว่ามีเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุเป็น 3,000 บาท โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 3 พ.ค.69 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่าการเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 3,000 บาท เป็นข่าวปลอม รัฐบาลมีความตั้งใจนำนโยบายออกมา เพื่อดูแลผู้สูงอายุอยู่แล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่ได้มีการปรับขึ้นเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ซึ่งขณะนี้ยังคงจ่ายอัตราเดิมไปก่อน ส่วนการดูแลประชาชนในภาพรวมมีโครงการไทยช่วยไทยพลัส หรือโครงการคนละครึ่ง ที่จะจ่ายในอัตรา 60:40 และการดูแลผู้ที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นอกจากนี้รัฐบาลจะค่อย ๆ ทยอยออกมาตรการประคับประครองดูแลพี่น้องประชาชน พร้อมย้ำว่าการปรับเบี้ยผู้สูงอายุว่าไม่เป็นความจริง
รายใหม่ลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
สำหรับผู้สูงอายุที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์การขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ สามารถติดต่อลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุปี 2570 ได้แล้ว ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 - วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 และ เดือนมกราคม 2569 - วันที่ 30 กันยายน 2569
1.เป็นผู้สูงอายุรายใหม่ และยังไม่เคยลงทะเบียน
2.สัญชาติไทย
3.เป็นผู้มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ในปีงบประมาณ 2569 (เกิดตั้งแต่ 2 กันยายน 2509 - 1 กันยายน 2510)
ทั้งนี้ ผู้สูงอายุ สามารถดำเนินการได้ด้วยตนเอง หรือมอบหมายให้ผู้อื่นเป็นผู้ยื่นคำขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแทนได้ โดยเตรียมเอกสารหลักฐาน ดังนี้
เอกสารที่ต้องเตรียม
1.บัตรประจําตัวประชาชน หรือ บัตรอื่นที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐ ที่มีรูปถ่าย
2.ทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน (ที่เป็นปัจจุบัน)
3.สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร ในนามผู้มีสิทธิ/ผู้ได้รับมอบอํานาจ จากผู้มีสิทธิ (สําหรับกรณีประสงค์ รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุผ่านธนาคาร)
*ในกรณีผู้สูงอายไม่สามารถมาลงทะเบียนด้วยตนเองได้ สามารถมอบอํานาจเป็นลายลักษณ์อักษร ให้ผู้อื่นเป็นผู้ยื่นคําขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแทนได้*
สำหรับสถานที่ลงทะเบียน สามารถลงทะเบียนได้ที่ สํานักงานเขต หรือองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่ผู้สูงอายุมีภูมิลําเนา
เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสาร สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์กรมกิจการผู้สูงอายุ https://www.dop.go.th/ หรือศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) โทร. 1300
ข้อมูลจาก กรมกิจการผู้สูงอายุ
เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ศูนย์ประชาสัมพันธ์กรม อุตุนิยมวิทยา ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 10 พฤษภาคม 2569) ฉบับที่ 5 (54/2569)
บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น กับมีลมกระโชกแรง และฝนตกหนักบางแห่ง หลังจากนั้นอากาศจะคลายความร้อนลง เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทย และทะเลจีนใต้เข้าปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบน สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมภาคใต้ และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้จะมีฝนตกหนักบางแห่ง
ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมทั้งระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิต ทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง อีกทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย
จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประกาศ ณ วันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 17.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปในวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 05.00 น.

ประกาศดังกล่าว

ประกาศดังกล่าว

ประกาศดังกล่าว

ประกาศดังกล่าว

ประกาศดังกล่าว
เรียบเรียง สยามนิวส์
ความคืบหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐเริ่มมีความชัดเจน เมื่อกระทรวงการคลังเตรียมนำเสนอโครงการสำคัญ ได้แก่ โครงการคนละครึ่งพลัส และ ไทยช่วยไทยพลัส ควบคู่กับการเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ก่อนจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนพร้อมกันในวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 นี้ และสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ตามกรอบเวลาที่รัฐบาลได้วางไว้
สำหรับโครงการ คนละครึ่งพลัส และ ไทยช่วยไทยพลัส เบื้องต้นกำหนดเปิดลงทะเบียนเพียง 1 สัปดาห์ ผ่านแอปพลิเคชัน เป๋าตัง โดยผู้ได้รับสิทธิจะได้รับวงเงินรวม 4,000 บาท ซึ่งจะแบ่งจ่ายเดือนละ 1,000 บาท เป็นระยะเวลา 4 เดือน รูปแบบการใช้จ่ายยังคงเป็นลักษณะร่วมจ่าย โดยรัฐบาลสนับสนุน 60% และประชาชนจ่ายเอง 40% คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมโครงการประมาณ 30 ล้านสิทธิ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานราก
ในส่วนของ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน จะมีการเปิดให้ลงทะเบียนใหม่เป็นระยะเวลาประมาณ 1 เดือน ซึ่งอยู่ระหว่างการกำหนดหลักเกณฑ์คุณสมบัติให้เหมาะสมมากขึ้น โดยขั้นตอนเบื้องต้น ผู้ลงทะเบียนสามารถกรอกข้อมูลผ่านแอปเป๋าตัง โดยใช้เพียงชื่อ-นามสกุล และเลขบัตรประชาชน ก่อนรอการตรวจสอบสิทธิจากหน่วยงานภาครัฐ
สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิม ซึ่งปัจจุบันมีประมาณ 13.2 ล้านคน จะยังคงได้รับสิทธิอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการเพิ่มวงเงินช่วยเหลือจากเดิม 300 บาท เป็น 1,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 4 เดือน อย่างไรก็ตาม รูปแบบการใช้จ่ายจะแตกต่างจากคนละครึ่งพลัส โดยผู้ถือบัตรจะต้องชำระค่าสินค้าเต็มจำนวนเอง และไม่ได้รับการสมทบจากภาครัฐ
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังระบุเพิ่มเติมว่า การคัดกรองสิทธิใหม่ของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 2 เดือน โดยในช่วง 2 เดือนแรก ผู้ถือสิทธิเดิมจะยังได้รับเงินช่วยเหลือก่อน หากมีผู้หลุดจากเกณฑ์ใหม่ กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างออกแบบมาตรการรองรับ โดยอาจให้กลุ่มดังกล่าวเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสในช่วง 2 เดือนหลัง พร้อมพิจารณาเปิดลงทะเบียนเพิ่มเติม
ก่อนหน้านี้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้กล่าวถึงโครงการทั้งสองว่าจะถูกรวมภายใต้ชื่อ ไทยช่วยไทยพลัส เพื่อให้การช่วยเหลือมีความต่อเนื่องและครอบคลุมมากขึ้น โดยแหล่งงบประมาณจะมาจากหลายส่วน ทั้งพระราชกำหนดกู้เงิน งบกลางปี 2569 การโอนงบประมาณปี 2569 และงบประมาณปี 2570 ที่อยู่ระหว่างการพิจารณา
สรุปไทม์ไลน์ ไทยช่วยไทยพลัส-คนละครึ่งพลัส-บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
19 พ.ค. 2569: เสนอ ครม. พิจารณาโครงการ
25 พ.ค. 2569: เปิดลงทะเบียนผ่านแอป “เป๋าตัง”
1 มิ.ย. 2569: เริ่มใช้สิทธิ
ประชาชนที่สนใจควรเตรียมตัวให้พร้อม โดยเฉพาะการตรวจสอบสิทธิและการลงทะเบียนผ่านช่องทางทางการ เพื่อไม่พลาดโอกาสในการรับสิทธิในรอบนี้


