มื่อเวลาประมาณ 19.30 น.ของวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสาคร ได้รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นที่ร้านรับซื้อ – ขาย รถยนต์ รถจักรยายนต์ มือสอง ซึ่งตั้งอยู่ในซอยอู่ปรีชา เส้นทางเชื่อมระหว่างถนนพระราม 2 กับ ถนนเอกชัย หมู่ที่ 4 ต.นาดี อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร จึงได้รีบประสานรถน้ำดับเพลิงทั้งจากเทศบาลตำบลนาดี เทศบาลนครสมุทรสาคร และพื้นที่ใกล้เคียง เข้าระงับเหตุ

โดยบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้นั้น มีลักษณะเป็นเต็นท์ขายรถมือสอง มีรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ จอดอยู่เป็นจำนวนมาก โชคดีที่ทางผู้ดูแลเต็นท์และคนงานได้ช่วยกันนำรถออกมาได้เกือบทั้งหมด ยกเว้นรถที่เกิดไฟลุกท่วมทั้งคัน จำนวน 3 คัน ซึ่งจอดอยู่ด้านในสุด และยังมีรถที่ได้รับความเสียหายเล็กๆน้อยๆ บางส่วนอีก 6 คัน รวมทั้งหมด 9 คัน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก็ควบคุมเพลิงให้สงบลงได้
จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า ปกติเต็นท์นี้จะมีคนเฝ้าตอนกลางคืนอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น แต่ในช่วงที่เกิดเหตุไม่มีใครอยู่ เพราะเจ้าของเต็นท์รถเพิ่งจะกลับไปที่พักราวๆ 30 นาที ส่วนคนเฝ้าก็เพิ่งจะออกไปทานอาหาร โดยได้มีการล็อคกุญแจปิดประตูรั้วไว้อย่างมิดชิด ส่วนคนที่แจ้งเหตุเป็นผู้ที่อยู่บ้านใกล้ๆ กับเต็นท์รถ หลังจากที่เห็นกลุ่มควันและเปลวไฟพวยพุ่งขึ้นมา จึงได้รีบโทรไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ ส่วนรถยนต์ที่นำมาจอดรอขายนั้น ก็เป็นรถมือสอง ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง

ขณะที่ทางด้านของผู้ที่อยู่ใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุรายหนึ่ง ให้ข้อมูลว่า จากการที่ได้ดูภาพของกล้องวงจรปิดซึ่งเห็นในระยะไกลนั้น พบว่า 1 ใน 3 ของรถยนต์ที่ไฟลุกท่วมทั้งคันนั้น ก่อนเกิดเหตุมีกลุ่มควันค่อยๆ ลอยออกมาจากบริเวณด้านหน้าฝากระโปรงรถของคันที่จอดตรงกลาง จากนั้นจึงมีเปลวไฟลุกขึ้นตามมา แล้วก็ลุกลามไปยังรถอีก 2 คัน ที่อยู่จอดอยู่ติดกันซ้ายขวา

ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ประสานกับเจ้าหน้าที่วิทยาการ กองพิสูจน์หลักฐาน เข้ามาตรวจสอบหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้รถยนต์มือสอง เพื่อหาสาเหตุที่ชัดเจนต่อไป แต่เบื้องต้นคาดว่า อาจจะมาจากระบบภายในห้องเครื่อง หรือสายไฟของรถคันกลางอาจจะมีปัญหาจนเกิดการสปาร์ค จนทำให้มีไฟลุกไหม้ขึ้นก็เป็นไปได้

ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์ ทีมข่าวจังหวัดสมุทรสาคร รายงาน
กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ หลังจากมีการเผยแพร่ข้อความปริศนาที่พาดพิงถึงพฤติกรรมของผู้ที่อยู่ในแวดวงสื่อรายหนึ่ง โดยเนื้อหาระบุถึง ‘ผู้ประกาศข่าวเช้าช่องดัง’ ว่ามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในการทำงานร่วมกับผู้อื่น และ ‘ทำตัวใหญ่คับช่อง’ จนเป็นที่เอือมระอาของทีมงาน ข้อความดังกล่าวยังระบุเพิ่มเติมว่า ผู้ประกาศข่าวคนดังกล่าวอ้างตัวว่าเป็น ‘เด็กของนาย’ ทำให้ไม่มีใครกล้าแตะต้อง และไม่เคยเตรียมตัวหรือทำการบ้านก่อนอ่านข่าว จนกระทั่งล่าสุดมีกระแสข่าวว่า ‘โดนปลดแล้ว’ พร้อมทิ้งท้ายว่าเดือนมิถุนายนนี้จะมี ‘ข่าวใหญ่’ อีกระลอก

กระแสข่าวลือดังกล่าวได้ทวีความรุนแรงมากขึ้น เมื่อ กรุ๊งกริ๊ง รังสิมา ศฤงคารนฤมิตร ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยโพสต์ข้อความที่สร้างความสนใจระบุว่า “เหมือนจู่ๆ คอนเท้นท์ก็วิ่งเข้าหา ผู้ประกาศข่าวเช้า กร่าง โดนปลด” ซึ่งเป็นข้อความที่อ้างอิงถึงกระแสข่าวที่กำลังถูกพูดถึง พร้อมกันนี้ คุณรังสิมายังได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ‘ดิฉันลาออกเองค่ะ ส่วนออกเพราะเรื่องอะไรขอเก็บเอาไว้ในใจค่ะ’ ซึ่งเป็นการปฏิเสธข่าวลือเรื่องการถูกปลด แต่ยอมรับว่ามีการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งหน้าที่ พร้อมทั้งยังได้หยิบยกข้อความคำใบ้ข้างต้นมาโพสต์ตอกย้ำ เพื่อยืนยันว่ากระแสดังกล่าวเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในเบื้องหลังวงการข่าว

ภายหลังการเคลื่อนไหวของคุณรังสิมา ได้มีชาวเน็ตและนักสืบโซเชียลจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นและคาดเดาไปต่าง ๆ นานา เกี่ยวกับตัวตนของผู้ประกาศข่าวเช้าที่ถูกพาดพิง รวมถึงจับตาคำทิ้งท้ายของแหล่งข่าวที่ระบุว่าในเดือนมิถุนายนนี้ จะมีประเด็นสำคัญระลอกสองเกิดขึ้นอีกอย่างแน่นอน


