ปริศนาเกลือ 900 ห่อ
เรื่องราวเกิดขึ้นที่มณฑลเสฉวน ประเทศจีน “คุณป้าหวัง” เจ้าของร้านชำใต้หอพักสังเกตเห็นความผิดปกติของลูกค้าประจำอย่าง “คุณตาจาง” ชายชราที่อาศัยอยู่เพียงลำพัง
ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา คุณตาจางจะลงมาซื้อ “เกลือแกง” ทุกวัน บางวันซื้อ 3 ห่อ บางวันเหมาไปเป็น 10 ห่อ รวมแล้วแกซื้อไปกว่า 900 ห่อ! จนเกลือเกลี้ยงชั้นวาง
ทุกครั้งที่ป้าหวังทักว่า “ลุงจาง มาซื้อเกลืออีกแล้วเหรอ?” แกจะตอบด้วยประโยคเดิมซ้ำๆ เหมือนแผ่นเสียงตกร่องว่า:
“อืม… มาซื้อเกลือ จะเอาไปดองผักให้ลูกชายกิน”
แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ พอแกกลับมาซื้อรอบใหม่ แกจะจำไม่ได้เลยว่าเพิ่งซื้อไปเมื่อวาน หรือเมื่อกี้…

วินาทีพังประตู และภาพที่เห็น
ความกังวลของป้าหวังพุ่งถึงขีดสุดเมื่อจู่ๆ คุณตาจางหายหน้าไปหลายวัน ป้าตัดสินใจแจ้งตำรวจชุมชน “เจ้าหน้าที่หลี่เทา” รีบมาตรวจสอบที่ห้องพักชั้น 3 เคาะประตูอยู่นานก็ไม่มีเสียงตอบรับ เพื่อนบ้านบอกว่าไม่เห็นแกออกมาที่ระเบียงหลายวันแล้ว
เจ้าหน้าที่ตัดสินใจพังประตูเข้าไป… วินาทีที่บานประตูเปิดออก ทุกคนถึงกับยืนตะลึง
ภายในห้องไม่ได้รกรุงรังด้วยขยะ แต่เต็มไปด้วย “ภูเขาเกลือ” ถุงเกลือนับร้อยๆ ถุงถูกวางเรียงรายจากพื้นสูงท่วมขอบหน้าต่าง กินพื้นที่จนเหลือทางเดินเพียงแค่คนเดินแทรกตัวผ่านได้
ความทรงจำที่หายไป เหลือไว้แค่ความรัก
ที่มุมห้องข้างโซฟา คุณตาจางนั่งเหม่อลอยพิงกำแพง ในมือประคองกระดาษแผ่นเก่าๆ ที่เริ่มเหลืองกรอบ มันคือ “เกียรติบัตรนักเรียนดีเด่น” ของลูกชายเมื่อหลายสิบปีก่อน
แกจ้องมองเกียรติบัตรแล้วพึมพำเบาๆ ว่า “ลูกชอบกินผักดอง… ดองเสร็จแล้ว… รอรงลูกกลับมา…”
เมื่อตำรวจเข้าไปสอบถาม คุณตาจางมีอาการสับสน จำไม่ได้ว่าทำไมในห้องถึงมีเกลือเยอะขนาดนี้ จำได้เพียงอย่างเดียวคือ “ต้องซื้อเกลือมาทำของโปรดให้ลูก” และเชื่อฝังใจว่าเดี๋ยวลูกก็จะกลับมาหาแล้ว
บทสรุปของคนไกลบ้าน
ความจริงเปิดเผยว่า คุณตาจางป่วยเป็น “โรคสมองเสื่อม” (Alzheimer’s) ระยะเริ่มต้น แกอาศัยอยู่คนเดียวมานานหลังภรรยาเสียชีวิต ส่วนลูกชายทำงานต่างเมือง นานๆ ทีจะโทรหา ซึ่งทุกครั้งที่คุยกัน พ่อมักจะบอกว่า “พ่อสบายดี ไม่ต้องห่วง” ลูกชายจึงไม่เคยระแคะระคาย
ทันทีที่ตำรวจติดต่อลูกชายไป เขาช็อกจนพูดไม่ออก รีบลางานและบินกลับมาหาพ่อในคืนนั้น เมื่อเห็นสภาพห้องที่เต็มไปด้วยเกลือ และพ่อที่นั่งรอเขาด้วยความหวัง ชายหนุ่มทรุดตัวลงร้องไห้ด้วยความรู้สึกผิดจับใจ
ปัจจุบัน ลูกชายตัดสินใจกลับมาดูแลพ่อ พาพ่อเดินเล่นในสวนสาธารณะ แม้คุณตาจะยังคงพูดเรื่อง “เกลือและผักดอง” ซ้ำๆ แต่สิ่งที่ต่างไปคือ แกไม่ต้องนั่งรออย่างโดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… อย่ารอให้ถึงวันที่พ่อแม่จำเราไม่ได้ แล้วค่อยกลับไปหา เพราะบางที “คำว่ารอ” ของคนแก่ อาจมีเวลาจำกัดกว่าที่เราคิด
จากกรณีแรงงานชาวลาว 7 คน ซึ่งทำงานให้กับบริษัททุนจีนที่ดำเนินกิจการขุดแร่ทองคำในพื้นที่เมืองล่องแจ้ง แขวงไชยสมบูรณ์ สปป.ลาว ประสบเหตุติดอยู่ภายในอุโมงค์เหมือง หลังเกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นมา โดยภารกิจกู้ภัยครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่จากประเทศไทยเข้าร่วมสนับสนุนการช่วยเหลือด้วยนั้น
ล่าสุด ตามรายงานของ เพจเฟซบุ๊ก ดำน้ำกู้ภัย ประเทศไทย Thailand Rescue Diver ระบุว่า สรุปภารกิจเข้าสำรวจภายในเหมืองถล่ม บ้านล่องแจ้ง แขวงไชสมบูรณ์ สปป.ลาว ของทีมผู้เชี่ยวชาญการดำน้ำถ้ำ (ข้อมูลเมื่อเวลา 21. 02 น. วันที่ 25 พ.ค. 2569)

ภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก ดำน้ำกู้ภัย ประเทศไทย Thailand Rescue Diver
Mr.Mikko Pietari Paasi และ นาย นรเศรษฐ์ ปาละสิงห์ สองผู้เชี่ยวชาญการดำน้ำถ้ำ หลังจากออกมาจากการสำรวจถ้ำ ได้บอกเล่าว่า ภายในถ้ำแคบมากไม่สามารถคลานได้ ต้องนอนคว่ำหน้าแล้วคลานต่ำอย่างเดียว

ภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก ดำน้ำกู้ภัย ประเทศไทย Thailand Rescue Diver
ภายในเหมืองมีอุโมงค์เป็นช่วง ๆ ไม่สามารถคลานเข่าได้ และทั้งสองยังได้ไปถึงจุดที่สามารถดำน้ำได้ และได้ทดลองดำน้ำแล้ว ไปในจุดที่แคบมาก โดยใช้วิธีเอาขาเข้าไปก่อน และใช้วิธีเอาเท้าถีบทรายและหินจนสามารถเข้าไปในโพรงเล็กได้ โดยเข้าไปได้ลึกสุดระดับที่ 5 เมตร แต่ภายในนั้นอากาศหายใจไม่เพียงพอ จึงถอนตัวออกมา โดยจุดที่เข้าไปนั้นเป็นจุดที่แคบที่สุดของเหมือง หากถ้าผ่านจุดนี้ไปได้จะเป็นจุดที่โถงกว้างแล้ว แต่โดยสภาพอากาศที่ไม่พอเพียงจึงกลับออกมาวางแผนกันใหม่

ภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก ดำน้ำกู้ภัย ประเทศไทย Thailand Rescue Diver
เรียบเรียง สยามนิวส์

