จากกรณี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา (สสจ.) ออกประกาศเตือนหลังสุ่มตรวจคุณภาพน้ำดื่มในพื้นที่อำเภอขามสะแกแสง แล้วพบการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ Salmonella spp. ในผลิตภัณฑ์ น้ำดื่มตราอาโป (เลขสารบบอาหาร: 30-2-03760-2-0001) ซึ่งเป็นเชื้อที่ก่อให้เกิดอาการ อาหารเป็นพิษ และส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างรุนแรง
จากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกพบว่า น้ำดื่มลอตที่มีปัญหาผลิตเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 บรรจุขนาด 18.9 ลิตร โดยร้านไพบูลย์พาณิชย์ ซึ่งผลวิเคราะห์จากศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 9 ยืนยันชัดเจนว่ามีเชื้อปนเปื้อนเกินมาตรฐาน เข้าข่ายเป็นอาหารผิดมาตรฐานตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 มีโทษปรับสูงสุด 50,000 บาท
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ผลิต พบข้อเท็จจริงที่น่าตกใจว่า ผู้ผลิตนำ น้ำค้างถัง ที่กรองเก็บไว้จากเครื่อง RO เดิมเมื่อ 2-3 เดือนก่อนมาใช้ เนื่องจากปัญหาด้านเศรษฐกิจ โดยไม่มีการผลิตใหม่หรือทำความสะอาดเครื่องจักรและภาชนะบรรจุให้ถูกสุขลักษณะก่อนส่งตรวจ
อย่างไรก็ตาม ด้านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา และ สคบ. ได้ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบซ้ำเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 เพื่อความโปร่งใส พร้อมชี้แจงประเด็นดราม่าว่า สถานที่ผลิตดังกล่าวเป็นที่ผลิตน้ำดื่มจริง ไม่ใช่โรงงานแปรรูปยางตามที่มีข่าวลือคลาดเคลื่อนในโซเชียล
ขณะนี้ทางผู้ประกอบการได้ยืนยันขอหยุดประกอบกิจการถาวรแล้ว และ สสจ.โคราช ได้สั่งระงับการผลิตพร้อมประสานท้องถิ่นเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเฝ้าระวัง หากใครยังมีน้ำดื่มลอตดังกล่าวไว้ในครอบครอง ไม่ควรนำมาบริโภค โดยเด็ดขาดเพื่อความปลอดภัย
พยากรณ์อากาศวันนี้ วันที่ 7 พ.ค. 2569 กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเตือนฉบับที่ 4 อากาศแปรปรวน บริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 10 พฤษภาคม 2569) โดยระบุว่า บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น กับมีลมกระโชกแรง และฝนตกหนักบางแห่ง หลังจากนั้นอากาศจะคลายความร้อนลง เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทย และทะเลจีนใต้เข้าปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบน
สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมภาคใต้ และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้จะมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมทั้งระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก
สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิต ทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง อีกทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ประกาศ ณ วันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 05.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปในวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 17.00 น.
จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนัก
วันที่ 7 พฤษภาคม 2569
จังหวัดมีความเสี่ยงสูง (พื้นที่สีแดง)
ภาคเหนือ : จังหวัดน่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย, หนองคาย, บึงกาฬ และอุดรธานี
ภาคใต้ : จังหวัดนครศรีธรรมราช, พัทลุง, สงขลา, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่, ตรัง และสตูล
จังหวัดมีความเสี่ยงปานกลาง
ภาคเหนือ : จังหวัดเชียงราย, พะเยา และแพร่
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดหนองบัวลำภู, สกลนคร, นครพนม, มุกดาหาร, ยโสธร, อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
ภาคตะวันออก : จังหวัดสระแก้ว, จันทบุรี และตราด
ภาคใต้ : จังหวัดชุมพร และสุราษฎร์ธานี
วันที่ 8 พฤษภาคม 2569
จังหวัดมีความเสี่ยงสูง (พื้นที่สีแดง)
ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ , ลำพูน, ลำปาง, เชียงราย, พะเยา, น่าน, แพร่, สุโขทัย, ตาก, กำแพงเพชร, อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย, หนองคาย, บึงกาฬ, หนองบัวลำภู, อุดรธานี, สกลนคร, นครพนม, มุกดาหาร และยโสธร
ภาคกลาง : จังหวัดนครสวรรค์, อุทัยธานี และชัยนาท
ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา และชลบุรี
จังหวัดมีความเสี่ยงปานกลาง
ภาคเหนือ : จังหวัดพิจิตร
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดกาฬสินธุ์, ขอนแก่น, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, อำนาจเจริญ, ชัยภูมิ, นครราชสีมา, บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
ภาคกลาง : จังหวัดลพบุรี, สระบุรี, สิงห์บุรี, อ่างทอง, พระนครศรีอยุธยา, สุพรรณบุรี, กาญจนบุรี, ราชบุรี, นครปฐม, สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก, ฉะเชิงเทรา, ระยอง, จันทบุรี และตราด
ภาคใต้ : จังหวัดสุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สงขลา, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส, กระบี่, ตรัง และสตูล
วันที่ 9 พฤษภาคม 2569
จังหวัดมีความเสี่ยงสูง (พื้นที่สีแดง)
ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่ และตาก
ภาคกลาง : จังหวัดกาญจนบุรี
ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา และชลบุรี
ภาคใต้ : จังหวัดสุราษฎร์ธานี, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่, ตรัง และสตูล
จังหวัดมีความเสี่ยงปานกลาง
ภาคเหนือ : จังหวัดลำพูน, ลำปาง, เชียงราย, พะเยา, น่าน, แพร่, สุโขทัย, กำแพงเพชร, อุตรดิตถ์, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย, หนองบัวลำภู, ขอนแก่น, ชัยภูมิ, นครราชสีมา และบุรีรัมย์
ภาคกลาง : จังหวัดนครสวรรค์, อุทัยธานี, ชัยนาท, ลพบุรี, สระบุรี, สิงห์บุรี, อ่างทอง, พระนครศรีอยุธยา, สุพรรณบุรี, ราชบุรี, นครปฐม, สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี และตราด
ภาคใต้ : จังหวัดชุมพร, นครศรีธรรมราช และพัทลุง
วันที่ 10 พฤษภาคม 2569
จังหวัดมีความเสี่ยงปานกลาง
ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, ลำพูน, ลำปาง, เชียงราย, พะเยา, น่าน, ตาก, กำแพงเพชร, อุตรดิตถ์, พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย, หนองคาย, บึงกาฬ, หนองบัวลำภู และอุดรธานี

