จากกรณีเจ้าอาวาสวัดสนามไชย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หายตัวไปพร้อมเงินจำนวนหนึ่ง ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2569 สร้างความกังวลและกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 19.00 น. ที่ผ่านมา มีชายแต่งกายเสื้อยืดสีขาว กางเกงขาสั้น และรองเท้าแตะ เดินทางเข้ามาที่สถานีตำรวจนครบาลบางรัก โดยแสดงตัวว่าเป็นเจ้าอาวาสวัดสนามไชย พระครูปลัดสมบัติ สิริสุวณโณ และประสงค์จะเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมระบุว่า อยากให้จับกุม เนื่องจากทราบว่าตนเองถูกแจ้งความในกรณีดังกล่าว

จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบว่ารายละเอียดตรงกับบุคคลที่มีการแจ้งหายไว้ก่อนหน้านี้ จึงได้ประสานไปยังสถานีตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยา เพื่อให้เข้ามารับตัวกลับไปดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย โดยเบื้องต้นอดีตเจ้าอาวาสได้สึกไปเรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ ผู้แสดงตัวเปิดเผยว่า สาเหตุที่เลือกมาที่ สน.บางรัก เนื่องจากเคยมีประวัติเคยถูกจับกุมคดีเล่นการพนัน (ไฮโล) ในพื้นที่นี้เมื่อครั้งยังเป็นฆราวาส อีกทั้งยังยอมรับว่าเคยหลบหนีเข้าไปอยู่ในป่า แต่ไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ จึงตัดสินใจออกมามอบตัวในที่สุด

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำตัวไปสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างละเอียดต่อไป
วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายดูแลกลุ่มเปราะบางในสังคมตามนโยบายของนายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยล่าสุดกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการได้มีประกาศหลักเกณฑ์ การคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งแบบครอบครัวอุปการะ เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็น ที่พึ่ง ให้กับผู้ไร้ที่อยู่อาศัย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
โดยผู้ที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการต้องมีคุณสมบัติ อาทิ อายุ 20 ปีขึ้นไป มีสัญชาติไทย สุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคติดต่อร้ายแรง มีความประพฤติเหมาะสม มีที่อยู่อาศัยและความพร้อมในการดูแล รวมถึงไม่มีพฤติกรรมรุนแรง และสามารถทุ่มเทเวลาเอาใจใส่ผู้รับการอุปการะได้อย่างต่อเนื่อง
ในส่วนของสิทธิประโยชน์ รัฐบาลสนับสนุนค่าตอบแทนจำนวน 5,000 บาทต่อคนต่อเดือน พร้อมจัดนักสังคมสงเคราะห์ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเป็นประจำทุกเดือน รวมถึงให้คำปรึกษาและช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดูแลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับผู้สนใจในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สามารถยื่นคำขอได้ที่ศูนย์คุ้มครองและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ต่างจังหวัดสามารถติดต่อสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในพื้นที่ รวมถึงหน่วยงานคุ้มครองต่าง ๆ ของรัฐ
ทั้งนี้ พม. ยังเปิดสายด่วน 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้คำปรึกษาและรับเรื่องร้องเรียน สะท้อนความพยายามของภาครัฐในการสร้างระบบสวัสดิการสังคมที่เข้มแข็ง และลดความเหลื่อมล้ำอย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาว
ขอบคุณข้อมูลจาก พรรคเพื่อไทย

