ยังคงเป็นประเด็นร้อนที่ถูกพูดถึงต่อเนื่อง สำหรับไฟต์ดราม่าใน “ศึกวันกรรชัย by เพชรยินดี” ระหว่าง “บุญมี” และ “สไนล์” หลังจบการแข่งขันด้วยจังหวะปัญหาตั้งแต่ยกแรก เมื่อสไนล์ล้มศีรษะกระแทกพื้นจนกรรมการต้องรีบยุติการชกเพื่อความปลอดภัย ก่อนตัดสินให้บุญมีเป็นฝ่ายชนะน็อก (TKO) ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากแฟนมวยและผู้เชี่ยวชาญในวงการจำนวนมาก

ล่าสุด วันที่ 20 พ.ค.2569 รายการ โหนกระแส ได้หยิบประเด็นดังกล่าวมาพูดคุยอีกครั้ง โดยมีทั้งฝั่งของสไนล์ บุญมี “เสี่ยโบ๊ท” รวมถึงโค้ชของทั้งสองฝ่ายร่วมชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ด้าน “เสี่ยโบ๊ท” ยอมรับตรง ๆ ว่า จังหวะดังกล่าวถือเป็น “ฟาวล์” ตามกติกามวย เพราะมีการเกี่ยวขาเกิดขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ล้มลงไป พร้อมมองว่าความผิดพลาดสำคัญอยู่ที่กรรมการไม่ได้มีการเตือนตั้งแต่จังหวะแรก จึงอาจทำให้บุญมีเข้าใจว่าสามารถทำได้ และเกิดเหตุซ้ำอีกครั้งในจังหวะต่อมา

เสี่ยโบ๊ทยังเผยอีกว่า ก่อนขึ้นเวทีได้กำชับกรรมการไว้แล้วว่า หากนักมวยมีอาการมึนเมาหมัด หรือดูไม่ปลอดภัย ให้รีบยุติการแข่งขันทันที เนื่องจากไฟต์นี้ไม่ใช่มวยอาชีพเต็มรูปแบบ และในจังหวะที่สไนล์ล้มลงนั้น เชื่อว่ากรรมการตัดสินใจหยุดเกมเพราะเห็นสภาพของนักมวยที่ไม่สามารถชกต่อได้แล้ว
นอกจากนี้ เสี่ยโบ๊ทยังอธิบายว่า หากอ้างอิงตามกติกามวยไทยอาชีพในปัจจุบัน ซึ่งมีระบบ VAR เข้ามาช่วยตัดสิน กรรมการควรหยุดเกมและปรึกษาประธานเทคนิคเพื่อตรวจสอบภาพย้อนหลัง และหากดูจากภาพช้า ผลตัดสินอาจเปลี่ยนเป็น “บุญมีแพ้ฟาวล์” อย่างแน่นอน เพราะเป็นไปตามหลักกติกามาตรฐานที่ใช้กันในวงการมวยอาชีพ

อย่างไรก็ตาม เสี่ยโบ๊ทมองว่า สาเหตุที่ผลออกมาเช่นนี้ เพราะเป็นรายการพิเศษ ทำให้กรรมการอาจเกิดความลนลานและตัดสินใจภายใต้ความกดดันในช่วงเสี้ยววินาที
ทั้งนี้ เสี่ยโบ๊ทย้ำว่า เรื่องของเกมการแข่งขันถือว่าจบลงแล้ว รวมถึงปมเหตุลักเปิดในวันสงกรานต์ก็ควรจบเช่นกัน ส่วนจะมีไฟต์ล้างตาหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย
ขณะที่ “บุญมี” เปิดใจยอมรับว่า พี่สไนล์เปลี่ยนไปจากวันแรกมาก ดูนิ่งขึ้น มีวุฒิภาวะและโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ด้าน “สไนล์” ก็ได้กล่าวขอโทษบุญมีอีกครั้ง สำหรับเหตุการณ์ลักเปิดในวันสงกรานต์ พร้อมยืนยันว่า ตอนนี้ไม่ได้ติดใจหรือโกรธเคืองกันอีกแล้ว ทำให้หลายคนมองว่า ดราม่าที่เกิดขึ้นอาจกำลังจบลงด้วยดี แม้กระแสเรียกร้องไฟต์รีแมตช์ยังคงมีอย่างต่อเนื่องก็ตาม
“ทราย สก๊อต” เปิดใจถึงแรงสนับสนุนสำคัญจากภาคเอกชน ที่คอยอยู่เบื้องหลังงานมูลนิธิ ชีวาสมุทร (SEA YOU STRONG) โครงการอนุรักษ์และกิจกรรมเพื่อสังคมมาโดยตลอด โดยเผยว่า ทั้ง Thai Beverage และ CP Group ต่างยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือด้วยความจริงใจ โดยไม่เคยเรียกร้องผลประโยชน์ตอบแท

ทรายเผยว่า อีเวนต์ล่าสุด ไทยเบฟเข้ามาช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายเกือบครึ่งหนึ่ง ส่วนที่เหลือทีมงานและน้อง ๆ ร่วมกันออกเอง เพราะอยากให้โครงการเดินหน้าต่อไป พร้อมย้ำว่าไทยเบฟช่วยเหลือมาหลายครั้งแล้ว ไม่ใช่แค่งานครั้งนี้

ขณะที่ซีพีเองก็คุยกับทรายตั้งแต่ก่อนหน้าโครงการนี้ “ซีพี” เขาบริจาคมาเยอะมาก โครงการนี้(จัดซื้อประกันชีวิตให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า)เค้าให้มา หนึ่งล้านบาท ทรายพูดได้ในมุมของการทำงานของทรายกับเขา เค้าไม่ได้มาในมิติที่ต้องการอะไรจากทราย ไม่ได้ทำข่าวไม่ได้ถ่ายรูปกับทราย มีแต่ทราย ที่พูด3 เดือนหลังจากที่เค้าให้มาคับ

