อุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนเรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน ฉบับที่ 11 (71/2569) (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 18 พฤษภาคม 2569)
ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนมากทางด้านตะวันตกของประเทศ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ในบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย ทั้งนี้เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง อีกทั้งควรดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง โดยทะเลอันดามันตอนบนตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมามีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วย
อนึ่งในช่วงวันที่ 19 – 22 พ.ค. 69 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งส่วนมากบริเวณด้านตะวันตกของประเทศ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวมะตะบัน ประเทศเมียนมามีแนวโน้มทวีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง
ประกาศ ณ วันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักมาก
ภาคตะวันออก : จังหวัดจันทบุรี และตราด
ภาคใต้ : จังหวัดระนอง และพังงา
จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก
ภาคเหนือ : จังหวัดตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
ภาคกลาง : จังหวัดกาญจนบุรี นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี และราชบุรี

ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางมด รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในซอยพุทธบูชา 31 ใกล้เคียงวัดหลวงพ่อโอภาสี แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร จึงประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยทุ่งครุ พร้อมอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เร่งเข้าตรวจสอบและระงับเหตุอย่างเร่งด่วน
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึงที่เกิดเหตุ พบแสงเพลิงและกลุ่มควันจำนวนมากพวยพุ่งออกมาจากบ้านเลขที่ 25 ภายในซอยพุทธบูชา 31 ลักษณะเป็นบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ จำนวน 2 หลัง ปลูกติดกันอยู่ภายในรั้วเดียวกัน โดยต้นเพลิงเกิดขึ้นบริเวณชั้นล่าง ก่อนจะลุกลามอย่างรวดเร็วขึ้นสู่ชั้นสองและลามไปยังบ้านข้างเคียง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงพร้อมอาสาสมัครเร่งวางสายฉีดน้ำเข้าควบคุมสถานการณ์ ใช้เวลากว่า 30 นาที จึงสามารถสกัดเพลิงเอาไว้ได้สำเร็จ

จากการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว
นางพรพิมล ศรีชันศิริเวช อายุ 66 ปี เจ้าของบ้าน เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิด จึงรีบโทรเรียกลูกชายที่นอนอยู่ภายในบ้าน ก่อนจะพบว่ามีกลุ่มควันจำนวนมากพวยพุ่งออกมาจากชั้นล่าง พร้อมทั้งเริ่มรู้สึกร้อนผิดปกติภายในบ้าน จากนั้นเพลิงได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว โดยห้องต้นเพลิงเป็นห้องแต่งตัวบริเวณชั้นล่างของบ้าน
ขณะที่ นายไพรัช คุณโรจน์รุ่งเรือง อายุ 43 ปี เพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนพักอยู่ภายในห้อง ก่อนสังเกตเห็นกลุ่มควันลอยออกมาจากบริเวณชั้นล่างด้านซ้ายของบ้านหลังดังกล่าว ไม่นานควันเริ่มหนาทึบและมีเปลวไฟพวยพุ่งขึ้นมาอย่างรุนแรง

เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่า บ้านต้นเพลิงได้รับความเสียหายหนักจำนวน 2 หลัง ซึ่งใช้บ้านเลขที่เดียวกันและอยู่ภายในรั้วเดียวกัน ส่วนบ้านข้างเคียงได้รับความเสียหายเล็กน้อยอีก 1 หลัง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมห้ามผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปภายใน เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตรายจากโครงสร้างที่เสียหาย
ส่วนสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ อยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

