เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง เสียงประชาชนต่อนโยบายเร่งด่วนด้านการบริหารภาครัฐ ความมั่นคง และความเชื่อมั่นต่อหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งได้ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 24 – 27 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา โดยมีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้ 1.ความเชื่อมั่นต่อบทบาทและการทำหน้าที่ของหน่วยงานต่าง ๆ พบว่า 68.7% ระบุว่ายังไม่เชื่อมั่นหน่วยงานใดเป็นพิเศษ โดยในบรรดาหน่วยงานที่ถูกเลือกมากที่สุด คือศาลปกครอง 8.2% และศาลรัฐธรรมนูญ 8.1%
ขณะที่หากแบ่งตามภาค-ทุกภาค ยังไม่เชื่อมั่นหน่วยงานใดเป็นพิเศษ ยกเว้นภาคเหนือที่เชื่อมั่น ศาลปกครองสูงสุด 26.7% และคนเกือบ 3 ใน 4 กำลังสะท้อนว่ายังไม่ปักใจเชื่อมั่นหน่วยงานใดเป็นพิเศษอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันแม้บางพื้นที่จะให้ความไว้วางใจต่อฝ่ายตุลาการในระดับสูงกว่าหน่วยงานอื่นที่ระบุชื่อ แต่สัดส่วนดังกล่าวยังไม่สูงพอที่จะสะท้อนความเชื่อมั่นร่วมกันของสังคมในภาพรวม
สำหรับเรื่องคอร์รัปชั่น ขึ้นแท่นเรื่องด่วน คนกว่าครึ่งอยากให้เร่งแก้อย่างจริงจัง ก่อนปฏิรูประบบอื่น อยู่ที่ 60.7% รองลงมา 20.3% อยากให้เร่งนโยบาย ปฏิรูประบบราชการให้ทันสมัยและเป็นดิจิทัล ส่วน 12.0% เปิดทางให้ข้าราชการเกษียณก่อนกำหนดได้ และ 7.0% ไม่ทราบ ไม่มีความเห็น
นอกจากนี้ ผลโพลยังระบุว่า ประชาชนชี้ 3 เรื่องด่วนด้านความมั่นคงกัมพูชา มาก่อนฟรีวีซ่า และเกณฑ์ทหาร โดย 40.9% อยากให้รัฐเร่งดำเนินนโยบายเรื่องทบทวนข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับกัมพูชาสูงสุด รองลงมา 23.5% อยากให้เร่งนโยบายทบทวนมาตรการฟรีวีซ่าต่างชาติที่มีปัญหา 18.5% อยากให้เร่งนโยบายปฏิรูประบบเกณฑ์ทหาร และ 17.5% ไม่ทราบ ไม่มีความเห็น
ผลโพลดังกล่าว สะท้อนว่า คนส่วนใหญ่อาจกำลังรู้สึกว่า อธิปไตยของชาติและความปลอดภัยในชีวิตประจำวันกำลังถูกคุกคามจากปัจจัยภายนอกที่อาจแฝงตัวมากับนโยบายเปิดประเทศ เช่น กลุ่มทุนสีเทาและมองความมั่นคงในความหมายที่กว้างขึ้นคือ ไม่ใช่เพียงเรื่องชายแดนหรือกองทัพ แต่รวมถึงการจัดการนโยบายที่มีผลต่อความปลอดภัย ความเป็นระเบียบ และความเป็นธรรมในสังคม จึงให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ
ผลโพลครั้งนี้ ประชาชนยังให้ความสำคัญสูงกับความน่าเชื่อถือของรัฐ ทั้งในมิติการบริหารภายในและการจัดการประเด็นสาธารณะที่เชื่อมโยงกับผลประโยชน์ของประเทศ โดยด้านการบริหารภาครัฐ ประชาชนยกให้การแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นเป็นเรื่องเร่งด่วนอันดับหนึ่งอย่างชัดเจน
ขณะที่ด้านความมั่นคง ประชาชนให้น้ำหนักกับการทบทวนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกัมพูชาและมาตรการที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยและความเป็นระเบียบของสังคม ส่วนในมิติความเชื่อมั่นต่อหน่วยงานต่าง ๆ ภาพรวมยังสะท้อนภาวะที่ประชาชนจำนวนมาก ยังไม่ปักใจเชื่อมั่น หน่วยงานใดเป็นพิเศษ สะท้อนว่าโจทย์สำคัญในเวลานี้ ไม่ได้มีเพียงการเร่งขับเคลื่อนนโยบาย แต่รวมถึงการสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมด้วย

ภาพจาก สถาบันพระปกเกล้า

ภาพจาก สถาบันพระปกเกล้า
เรียบเรียง สยามนิวส์
กลายเป็นคำถามที่หลายคนอยากรู้ หลังชื่อของ “ทราย สก๊อต” ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องบนโลกออนไลน์ จนชาวเน็ตพากันสงสัยว่า มีความเกี่ยวข้องกับนักแสดงชื่อดัง “หลุยส์ สก๊อต” หรือไม่ เพราะใช้นามสกุลเดียวกัน
เฉลยแล้ว “ทราย สก๊อต – หลุยส์ สก๊อต” สาเหตุนามสกุลเดียวกัน
ล่าสุดมีการยืนยันชัดเจนว่า ทั้ง “ทราย สก๊อต” และ “หลุยส์ สก๊อต” ไม่ได้เป็นญาติกัน และไม่มีความสัมพันธ์ทางเครือญาติแต่อย่างใด แม้จะมีเชื้อสายสกอตแลนด์เหมือนกันก็ตาม
ทั้งนี้คนสกอตแลนด์ มักใช้คำว่าสก๊อต เป็นนามสกุลที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย และใช้กันเยอะมากแม้ไม่ได้เป็นญาติพี่น้องกันก็สามารถใช้ได้
เฉลยแล้ว “ทราย สก๊อต – หลุยส์ สก๊อต” สาเหตุนามสกุลเดียวกัน
โดย “ทราย สก๊อต” หรือ “สิรณัฐ สก๊อต” เป็นลูกครึ่งไทย-สกอตแลนด์ ลูกชายของ “จีรานุช ภิรมย์ภักดี” หนึ่งในทายาทตระกูลภิรมย์ภักดี เจ้าของธุรกิจสิงห์ เป็นที่รู้จักในบทบาทนักอนุรักษ์ทางทะเล และอดีตที่ปรึกษาอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช อีกทั้งยังมีพี่ชายคือ “พาย สุนิษฐ์ สก๊อต”
ด้าน “หลุยส์ สก๊อต” คือศิลปินและนักแสดงชื่อดังของวงการบันเทิงไทย ซึ่งแม้จะมีนามสกุลและเชื้อสายคล้ายกัน แต่ก็เป็นคนละครอบครัวโดยสิ้นเชิง
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ หลุยส์ สก๊อต เคยส่งกำลังใจถึงทรายผ่านโซเชียล ด้วยข้อความสั้นๆ ว่า “stay strong bro” (เข้มแข็งไว้นะเพื่อน) จนกลายเป็นโมเมนต์ที่หลายคนพูดถึง พร้อมชื่นชมในมิตรภาพและน้ำใจที่มีให้กัน แม้ไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันก็ตาม
เฉลยแล้ว “ทราย สก๊อต – หลุยส์ สก๊อต” สาเหตุนามสกุลเดียวกัน

