บรรยากาศสุดเศร้าที่วัดอู่ทอง ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมา ในพิธีฌาปนกิจของ “สังข์ ดอกสะเดา” ตลกชื่อดังผู้สร้างเสียงหัวเราะให้แฟน ๆ มายาวนาน หลังจากจากไปอย่างสงบในวัย 63 ปี ภายหลังเข้ารักษาตัวจากโรคมะเร็งปอด

ภายในงานเต็มไปด้วยคนในวงการบันเทิง ทั้งศิลปินตลก นักแสดง และแฟนคลับที่เดินทางมาร่วมไว้อาลัยแน่นวัด เพื่อส่งสังข์ ดอกสะเดา เป็นครั้งสุดท้าย ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความอาลัยและความคิดถึง

โดยก่อนหน้าวันเผา เพื่อนตลกอย่าง “จเร เชิญยิ้ม” ได้เผยเรื่องราวชวนขนลุกว่า ก่อนหน้านี้เจ้าตัวฝันถึงสังข์ ดอกสะเดา โดยในฝันเพื่อนรักมาบอกให้ซื้อเลขที่งานศพ แม้จะไม่ได้บอกเลขตรง ๆ แต่ตนมีเลขที่ถูกใจอยู่แล้ว พอมาถึงงานและเห็นว่ามีเลขดังกล่าวจริง จึงตัดสินใจซื้อเลข 824 เก็บไว้ พร้อมถือเป็นการอำลาเพื่อนร่วมวงการครั้งสุดท้าย
จเรยังย้อนเล่าถึงความทรงจำสมัยทำงานร่วมกันในคณะของ “โน้ต เชิญยิ้ม” ว่า สังข์เป็นคนอารมณ์ดี มีเอกลักษณ์เรื่องมุกตลก และเป็นคนที่สร้างเสียงหัวเราะให้คนรอบตัวเสมอ จึงตั้งใจมาร่วมขอขมาและส่งเพื่อนเป็นครั้งสุดท้ายด้วยความรักและผูกพัน

ด้าน “ใบตอง” ภรรยาของจเร ก็เปิดเผยว่า ตนเองสนิทกับน้าสังข์และเจอกันตามงานอยู่ตลอด โดยคืนก่อนทราบข่าวเสียชีวิต ได้ฝันว่าน้าสังข์มาหา พร้อมพูดถึงดอกไม้ที่บ้านว่า “ดอกไม้สวยนะ เอาไปให้ด้วย” ก่อนจะสะดุ้งตื่น และไม่นานสามีก็มาบอกข่าวร้าย ทำให้ตกใจมาก เพราะเพิ่งฝันถึงกันไป

นอกจากนี้ ใบตองยังเผยว่า ได้ซื้อเลข 986 ซึ่งเป็นเลขค่าความดันครั้งสุดท้ายก่อนน้าสังข์จะจากไป พร้อมอวยพรขอให้ดวงวิญญาณของตลกชื่อดังไปสู่ภพภูมิที่สงบและสวยงาม
ขอบคุณเฟซบุ๊ก รัชนี ชาแนล
ปริศนาเกลือ 900 ห่อ
เรื่องราวเกิดขึ้นที่มณฑลเสฉวน ประเทศจีน “คุณป้าหวัง” เจ้าของร้านชำใต้หอพักสังเกตเห็นความผิดปกติของลูกค้าประจำอย่าง “คุณตาจาง” ชายชราที่อาศัยอยู่เพียงลำพัง
ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา คุณตาจางจะลงมาซื้อ “เกลือแกง” ทุกวัน บางวันซื้อ 3 ห่อ บางวันเหมาไปเป็น 10 ห่อ รวมแล้วแกซื้อไปกว่า 900 ห่อ! จนเกลือเกลี้ยงชั้นวาง
ทุกครั้งที่ป้าหวังทักว่า “ลุงจาง มาซื้อเกลืออีกแล้วเหรอ?” แกจะตอบด้วยประโยคเดิมซ้ำๆ เหมือนแผ่นเสียงตกร่องว่า:
“อืม… มาซื้อเกลือ จะเอาไปดองผักให้ลูกชายกิน”
แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ พอแกกลับมาซื้อรอบใหม่ แกจะจำไม่ได้เลยว่าเพิ่งซื้อไปเมื่อวาน หรือเมื่อกี้…

วินาทีพังประตู และภาพที่เห็น
ความกังวลของป้าหวังพุ่งถึงขีดสุดเมื่อจู่ๆ คุณตาจางหายหน้าไปหลายวัน ป้าตัดสินใจแจ้งตำรวจชุมชน “เจ้าหน้าที่หลี่เทา” รีบมาตรวจสอบที่ห้องพักชั้น 3 เคาะประตูอยู่นานก็ไม่มีเสียงตอบรับ เพื่อนบ้านบอกว่าไม่เห็นแกออกมาที่ระเบียงหลายวันแล้ว
เจ้าหน้าที่ตัดสินใจพังประตูเข้าไป… วินาทีที่บานประตูเปิดออก ทุกคนถึงกับยืนตะลึง
ภายในห้องไม่ได้รกรุงรังด้วยขยะ แต่เต็มไปด้วย “ภูเขาเกลือ” ถุงเกลือนับร้อยๆ ถุงถูกวางเรียงรายจากพื้นสูงท่วมขอบหน้าต่าง กินพื้นที่จนเหลือทางเดินเพียงแค่คนเดินแทรกตัวผ่านได้
ความทรงจำที่หายไป เหลือไว้แค่ความรัก
ที่มุมห้องข้างโซฟา คุณตาจางนั่งเหม่อลอยพิงกำแพง ในมือประคองกระดาษแผ่นเก่าๆ ที่เริ่มเหลืองกรอบ มันคือ “เกียรติบัตรนักเรียนดีเด่น” ของลูกชายเมื่อหลายสิบปีก่อน
แกจ้องมองเกียรติบัตรแล้วพึมพำเบาๆ ว่า “ลูกชอบกินผักดอง… ดองเสร็จแล้ว… รอรงลูกกลับมา…”
เมื่อตำรวจเข้าไปสอบถาม คุณตาจางมีอาการสับสน จำไม่ได้ว่าทำไมในห้องถึงมีเกลือเยอะขนาดนี้ จำได้เพียงอย่างเดียวคือ “ต้องซื้อเกลือมาทำของโปรดให้ลูก” และเชื่อฝังใจว่าเดี๋ยวลูกก็จะกลับมาหาแล้ว
บทสรุปของคนไกลบ้าน
ความจริงเปิดเผยว่า คุณตาจางป่วยเป็น “โรคสมองเสื่อม” (Alzheimer’s) ระยะเริ่มต้น แกอาศัยอยู่คนเดียวมานานหลังภรรยาเสียชีวิต ส่วนลูกชายทำงานต่างเมือง นานๆ ทีจะโทรหา ซึ่งทุกครั้งที่คุยกัน พ่อมักจะบอกว่า “พ่อสบายดี ไม่ต้องห่วง” ลูกชายจึงไม่เคยระแคะระคาย
ทันทีที่ตำรวจติดต่อลูกชายไป เขาช็อกจนพูดไม่ออก รีบลางานและบินกลับมาหาพ่อในคืนนั้น เมื่อเห็นสภาพห้องที่เต็มไปด้วยเกลือ และพ่อที่นั่งรอเขาด้วยความหวัง ชายหนุ่มทรุดตัวลงร้องไห้ด้วยความรู้สึกผิดจับใจ
ปัจจุบัน ลูกชายตัดสินใจกลับมาดูแลพ่อ พาพ่อเดินเล่นในสวนสาธารณะ แม้คุณตาจะยังคงพูดเรื่อง “เกลือและผักดอง” ซ้ำๆ แต่สิ่งที่ต่างไปคือ แกไม่ต้องนั่งรออย่างโดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… อย่ารอให้ถึงวันที่พ่อแม่จำเราไม่ได้ แล้วค่อยกลับไปหา เพราะบางที “คำว่ารอ” ของคนแก่ อาจมีเวลาจำกัดกว่าที่เราคิด


