จากที่ อย. เตือนภัยผู้บริโภค หลังพบขบวนการแอบอ้างขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารราคาถูกผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมปลอมเอกสารและสวมเลข อย. ของสินค้าอื่น เพื่อเปิดเป็นร้านค้าแบบ Official Store สร้างความน่าเชื่อถือ ล่าสุดสั่งประสานทุกแพลตฟอร์มปิดร้านที่เกี่ยวข้องแล้ว พร้อมย้ำประชาชนตรวจสอบแหล่งจำหน่ายก่อนซื้อทุกครั้ง

วานนี้ (11 พฤษภาคม 2569) เพจ FDA Thai รายงานว่า ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. เปิดเผยว่า ขณะนี้พบกลุ่มมิจฉาชีพนำผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชื่อ VTEAY MAGNESIUM GLYCINATE + ZINC มาจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ในราคาถูกผิดปกติ โดยมีการนำเลขสารบบอาหาร (เลข อย.) ของผลิตภัณฑ์อื่นมาแอบอ้างบนฉลากสินค้า เพื่อหลอกให้ผู้บริโภคเข้าใจว่าเป็นสินค้าที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง
จากการตรวจสอบ ยังพบว่าร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าดังกล่าว มีการปลอมเอกสารการอนุญาตผลิตภัณฑ์ และนำมาใช้สมัครเปิดร้านค้าในลักษณะ Official Store บนแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ซื้อ ทำให้ผู้บริโภคอาจหลงเชื่อว่าสินค้าเป็นของแท้และผ่านการรับรองจากหน่วยงานรัฐแล้ว
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ระบุว่า ขณะนี้ได้ประสานงานไปยังทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อดำเนินการปิดร้านค้าที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว พร้อมขอความร่วมมือผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม เข้มงวดในการตรวจสอบเอกสารและรายละเอียดสินค้าให้ตรงกับผลิตภัณฑ์จริง เพื่อป้องกันการลักลอบจำหน่ายสินค้าปลอมที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ทั้งนี้ อย. แนะนำให้ประชาชนตรวจสอบแหล่งจำหน่ายและเลข อย. ก่อนสั่งซื้อทุกครั้ง ผ่านเว็บไซต์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือผ่าน Line: @FDAThai รวมถึงแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” หากพบว่าฉลากสินค้าไม่มีภาษาไทย ไม่มีเลข อย. หรือข้อมูลไม่ตรงกับที่ได้รับอนุญาต ขออย่าทดลองใช้หรือบริโภคเด็ดขาด และควรดำเนินการส่งคืนสินค้าผ่านระบบของแพลตฟอร์มเพื่อขอรับเงินคืนทันที
นอกจากนี้ หากพบเบาะแสการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมาย หรือร้านค้าออนไลน์ต้องสงสัย สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สายด่วน อย. 1556 ผ่าน Line: @FDAThai หรืออีเมล 1556@fda.moph.go.th
รวมถึงสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อขยายผลตรวจสอบแหล่งจัดเก็บ แหล่งจำหน่าย และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมายต่อไป
เช็กชัด “ไทยช่วยไทยพลัส” ลงทะเบียนวันไหน ใครได้ 4,000 บาท และใครบ้างหมดสิทธิ “คนละครึ่งพลัส”
มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของรัฐบาลกำลังถูกจับตาอีกครั้ง หลังมีความชัดเจนเกี่ยวกับโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่รวมแนวทางช่วยเหลือประชาชนทั้งในรูปแบบ “คนละครึ่งพลัส” และการเพิ่มวงเงินให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยเตรียมเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 นี้
หาก ครม. เห็นชอบตามแผน กระทรวงการคลังจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เป็นเวลา 1 สัปดาห์ ก่อนเริ่มใช้สิทธิได้จริงตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป
“ไทยช่วยไทยพลัส” แจกสูงสุด 4,000 บาท ใช้นาน 4 เดือน
สำหรับโครงการคนละครึ่งพลัสภายใต้ชื่อใหม่ “ไทยช่วยไทยพลัส” รัฐบาลกำหนดวงเงินช่วยเหลือเฉลี่ยเดือนละ 1,000 บาท รวมตลอดโครงการ 4 เดือน เป็นเงินสูงสุด 4,000 บาทต่อคน
รูปแบบการใช้จ่ายยังคงคล้ายโครงการคนละครึ่งที่ผ่านมา โดยรัฐบาลช่วยจ่าย 60% และประชาชนร่วมจ่ายเอง 40% คาดว่าจะเปิดให้ประชาชนเข้าร่วมประมาณ 30 ล้านสิทธิ
ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และ “ทางรัฐ” ส่วนช่องทางอื่นเพิ่มเติมยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงการคลัง
ผู้ถือบัตรคนจน ได้เพิ่มเป็นเดือนละ 1,000 บาท
ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ซึ่งปัจจุบันมีประมาณ 13.2 ล้านสิทธิ จะได้รับการเพิ่มวงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจากเดิม 300 บาทต่อเดือน เพิ่มอีก 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 4 เดือนเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะต้องเป็นผู้จ่ายค่าสินค้าเต็มจำนวนเอง 100% แตกต่างจากโครงการคนละครึ่งพลัสที่รัฐบาลช่วยสมทบบางส่วน
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังอยู่ระหว่างกำหนดหลักเกณฑ์เปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 2 เดือนนี้
เบื้องต้น มีการระบุเงื่อนไขของผู้ที่ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการไว้ 5 กลุ่ม ดังนี้ไม่ใช่บุคคลสัญชาติไทย
อายุต่ำกว่า 16 ปีบริบูรณ์ ณ วันลงทะเบียน
ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน
เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตามฐานข้อมูลวันที่ 1 ตุลาคม 2568
เคยถูกระงับสิทธิ หรือถูกเรียกเงินคืนจากโครงการคนละครึ่งทุกเฟสที่ผ่านมา
รัฐบาลหวังกระตุ้นใช้จ่ายครึ่งปีหลัง
โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ถือเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญที่รัฐบาลเตรียมนำมาใช้กระตุ้นกำลังซื้อของประชาชนในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังต้องการแรงขับเคลื่อนเพิ่มเติม
ขณะเดียวกัน หลายฝ่ายยังจับตารายละเอียดเงื่อนไขเพิ่มเติม ทั้งประเภทสินค้าที่ร่วมรายการ ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ รวมถึงระบบลงทะเบียนที่จะรองรับประชาชนจำนวนมากในช่วงเปิดสิทธิ
ทั้งนี้ หากมีการอนุมัติอย่างเป็นทางการจาก ครม. กระทรวงการคลังคาดว่าจะประกาศรายละเอียดทั้งหมดให้ประชาชนรับทราบอีกครั้งก่อนวันเปิดลงทะเบียน

