เปิดชัดๆทะเบียนรถ “ทักษิณ ชินวัตร” นั่งกลับบ้านจันทร์ส่องหล้า หลังได้รับการพักโทษออกจากเรือนจำกลางคลองเปรม
เมื่อเวลา 07.45 น. วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการพักโทษและเดินทางออกจากเรือนจำกลางคลองเปรม ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นจากครอบครัวและผู้สนับสนุนที่มารอรับตั้งแต่ช่วงเช้า
ทันทีที่ก้าวพ้นประตูเรือนจำ นายทักษิณมีสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนเข้าสวมกอดคนในครอบครัวอย่างอบอุ่น โดย แพทองธาร ชินวัตร เป็นคนแรกที่เข้าสวมกอดผู้เป็นพ่อหลังได้รับอิสรภาพ ขณะที่นายทักษิณสวมเสื้อสีขาว กางเกงขายาว และติดกำไล EM ที่ข้อเท้า

จากนั้น นายทักษิณได้ร่วมเคารพธงชาติ ก่อนเดินผ่านจุดสื่อมวลชนเพื่อทักทายกลุ่มคนเสื้อแดงที่มารอให้กำลังใจบริเวณหน้าเรือนจำ แม้จะไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน แต่ได้กล่าวขอบคุณสั้น ๆ พร้อมยกมือทักทายผู้สนับสนุน ท่ามกลางเสียงเชียร์ “เรารักทักษิณ” ดังกึกก้อง
ต่อมา นายทักษิณได้ขึ้นรถยนต์ส่วนตัวทะเบียน พท 4444 เดินทางกลับบ้านจันทร์ส่องหล้า ซึ่งจะใช้เป็นสถานที่พักโทษตลอดระยะเวลา 4 เดือนจากนี้


ขณะเดียวกัน บริเวณหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมมีประชาชนและกลุ่มผู้สนับสนุนจำนวนมากเดินทางมาปักหลักรอให้กำลังใจ ทั้งสมาชิกและอดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทย รวมถึงมวลชนคนเสื้อแดงจำนวนมาก โดยบางส่วนลงไปยืนบนพื้นผิวจราจร 1-2 ช่องทาง ส่งผลให้การจราจรบนถนนงามวงศ์วานขาออกค่อนข้างหนาแน่น ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรได้เข้ามาดูแลความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกอย่างใกล้ชิด


จากกรณีกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ได้เข้ายื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอให้ยับยั้งการพักการลงโทษ นายทักษิณ ชินวัตร โดยระบุว่ามีการอ้างข้อกฎหมายผิดพลาดและบิดเบือนคำสั่งศาลฎีกา นั้น
ล่าสุด กรมราชทัณฑ์ ได้ออกมาเเถลงการณ์กรณีดังกล่าว โดยระบุว่า กรมราชทัณฑ์ขอเรียนว่า ประเด็นตามที่ผู้ร้องกล่าวอ้างว่านายทักษิณฯ อยู่ในขบวนการบังคับโทษโดยมิชอบ หรือมีลักษณะเป็นผู้กระทำผิดวินัยระหว่างต้องขังนั้น การพิจารณาคุณสมบัติในการพักการลงโทษต้องอาศัยข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และสถานะทางคดีตามที่ปรากฏโดยชัดแจ้งตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล รวมถึงข้อมูลทางราชทัณฑ์ที่เป็นทางการ โดยปัจจุบันยังมิได้ปรากฏว่ามีคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งใดที่วินิจฉัยว่า นายทักษิณฯ ได้กระทำผิดวินัย หรือกระทำความผิดอาญาระหว่างถูกควบคุมตัว อันจะเป็นลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายและระเบียบกรมราชทัณฑ์เกี่ยวกับการพักการลงโทษ

จากมติที่ประชุมของคณะทำงานเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษประจำเรือนจำ และเอกสารประกอบการพิจารณาพักการลงโทษของนายทักษิณฯ ไม่ปรากฏข้อมูลเกี่ยวกับการผิดวินัย ดังนั้น คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษพิจารณาแล้ว จึงมีคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564
ทั้งนี้ ประเด็นตามที่ผู้ร้องกล่าวอ้างถึง ซึ่งผู้ผิดวินัยจะไม่ได้รับการพักโทษตามลักษณะต้องห้ามในการนำตัวออกไปคุมขังนอกเรือนจำ ตามประกาศกรมราชทัณฑ์ ข้อ 3 (2) (ข) และ (ค) คือมีประวัติกระทำผิดวินัย หรือเคยกระทำผิดเงื่อนไข หรือผิดอาญาระหว่างถูกคุมขังในสถานที่อื่น ซึ่งประกาศกรมราชทัณฑ์ดังกล่าว เป็นประกาศกรมราชทัณฑ์ เรื่อง กำหนดคุณสมบัติเฉพาะ ลักษณะต้องห้าม และวิธีการคุมขังในสถานที่คุมขังตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ. 2566 นั้น มิได้เป็นข้อกฎหมายในการพิจารณาพักการลงโทษแต่อย่างใด
กรมราชทัณฑ์ขอยืนยันว่า การพิจารณาพักการลงโทษในครั้งนี้ มิได้มีการเอื้อประโยชน์แก่บุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นการเฉพาะ แต่เป็นการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานเดียวกันกับผู้ต้องขังทั่วประเทศ โดยยึดถือพยานหลักฐานตามข้อเท็จจริงและตัวบทกฎหมายอย่างเคร่งครัด

แถลงการณ์ดังกล่าว
ราชทัณฑ์ ออกแถลงการณ์ หลังมีการคัดค้าน พักโทษ ทักษิณ

