ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส แอปฯ เป๋าตังขึ้นหน้าจอนี้ รับเงิน 4,000 บาท เข้าอัตโนมัติ
เชื่อว่ากลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวนไม่น้อย ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส เพื่อหวังจะได้เงิน 4,000 บาทผ่านแอปฯ เป๋าตังด้วย โดยล่าสุด กระทรวงการคลัง เปิดเผยข้อมูลการลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส ณ วันที่ 25 พ.ค. 69 เวลา 16.00 น. พบว่ามีกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 378,635 คน ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ด้วย แน่นอนว่ากระทรวงการคลัง ได้กำหนดกฎเกณฑ์โครงการไทยช่วยไทยพลัสไว้อย่างชัดเจน
คุณสมบัติผู้มีสิทธิลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสเป็นผู้มีสัญชาติไทย
มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันลงทะเบียน
มีบัตรประจำตัวประชาชน
ไม่เป็นผู้ที่ถูก สศค. ระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่ (1) โครงการคนละครึ่ง (2) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 (3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 (4) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 (5) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 และ (6) โครงการคนละครึ่งพลัส
ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 18 พฤษภาคม 2569
ไทยช่วยไทยพลัส ใครหมดสิทธิ?ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ผู้ที่ถูกระงับสิทธิ / ถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐบาล
ผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟน
หากผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส ไปแล้วได้รับข้อความนี้แจ้งในแอปฯ เป๋าตัง เท่ากับว่า ไม่ผ่านคุณสมบัติตามที่รัฐบาลกำหนด แต่จะได้รับวงเงินเพิ่มโดยอัตโนมัติ ในการช่วยเหลืออีกกลุ่มหนึ่ง วงเงินในบัตรจากเดิมได้รับ 300 บาท จะรับเพิ่มอีก 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาทต่อเดือน นาน 4 เดือน รับสิทธิทันที นำไปซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจากร้านธงฟ้า

สรุป ถ้ากดรับสิทธิผ่านแอปฯ เป๋าตัง จะขึ้นว่า “คุณได้รับสิทธิเพิ่มวงเงินจากโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว จึงไม่สามารถเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสได้”
อ่านเพิ่มเติม
จากกรณีแรงงานชาวลาว 7 คน ซึ่งทำงานให้กับบริษัททุนจีนที่ดำเนินกิจการขุดแร่ทองคำในพื้นที่เมืองล่องแจ้ง แขวงไชยสมบูรณ์ สปป.ลาว ประสบเหตุติดอยู่ภายในอุโมงค์เหมือง หลังเกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นมา โดยภารกิจกู้ภัยครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่จากประเทศไทยเข้าร่วมสนับสนุนการช่วยเหลือด้วยนั้น
ล่าสุด ตามรายงานของ เพจเฟซบุ๊ก ดำน้ำกู้ภัย ประเทศไทย Thailand Rescue Diver ระบุว่า สรุปภารกิจเข้าสำรวจภายในเหมืองถล่ม บ้านล่องแจ้ง แขวงไชสมบูรณ์ สปป.ลาว ของทีมผู้เชี่ยวชาญการดำน้ำถ้ำ (ข้อมูลเมื่อเวลา 21. 02 น. วันที่ 25 พ.ค. 2569)

ภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก ดำน้ำกู้ภัย ประเทศไทย Thailand Rescue Diver
Mr.Mikko Pietari Paasi และ นาย นรเศรษฐ์ ปาละสิงห์ สองผู้เชี่ยวชาญการดำน้ำถ้ำ หลังจากออกมาจากการสำรวจถ้ำ ได้บอกเล่าว่า ภายในถ้ำแคบมากไม่สามารถคลานได้ ต้องนอนคว่ำหน้าแล้วคลานต่ำอย่างเดียว

ภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก ดำน้ำกู้ภัย ประเทศไทย Thailand Rescue Diver
ภายในเหมืองมีอุโมงค์เป็นช่วง ๆ ไม่สามารถคลานเข่าได้ และทั้งสองยังได้ไปถึงจุดที่สามารถดำน้ำได้ และได้ทดลองดำน้ำแล้ว ไปในจุดที่แคบมาก โดยใช้วิธีเอาขาเข้าไปก่อน และใช้วิธีเอาเท้าถีบทรายและหินจนสามารถเข้าไปในโพรงเล็กได้ โดยเข้าไปได้ลึกสุดระดับที่ 5 เมตร แต่ภายในนั้นอากาศหายใจไม่เพียงพอ จึงถอนตัวออกมา โดยจุดที่เข้าไปนั้นเป็นจุดที่แคบที่สุดของเหมือง หากถ้าผ่านจุดนี้ไปได้จะเป็นจุดที่โถงกว้างแล้ว แต่โดยสภาพอากาศที่ไม่พอเพียงจึงกลับออกมาวางแผนกันใหม่

ภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก ดำน้ำกู้ภัย ประเทศไทย Thailand Rescue Diver
เรียบเรียง สยามนิวส์

