วันที่ 10 พฤษภาคม 2569 หลายคนร่วมแสดงความยินดีกับนักแสดงสาว มายด์ ลภัสลัล จิรเวชสุนทรกุล หลังจากประกาศข่าวดีว่ากำลังตั้งครรภ์ลูกคนแรกกับสามีสุดที่รัก พาย สุนิษฐ์ ภิรมย์ภักดี สกอต ทายาทตระกูลดังอย่าง ภิรมย์ภักดี

ก่อนจะมีวันนี้ ทั้งคู่คบหาดูใจกันอย่างเงียบๆ นานกว่า 7 ปี กระทั่ง พาย สุนิษฐ์ ทำเซอร์ไพรส์คุกเข่าขอแต่งงาน และจัดพิธีวิวาห์อย่างอบอุ่นท่ามกลางครอบครัวและเพื่อนสนิท

สำหรับ พาย สุนิษฐ์ เป็นลูกชายคนโตของ จีรานุช ภิรมย์ภักดี กับสามีชาวสกอตแลนด์ และมีน้องชายอีก 1 คน คือ สิรณัฐ ภิรมย์ภักดี สกอต โดย จีรานุช เป็นบุตรสาวของตระกูลภิรมย์ภักดี ซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลธุรกิจใหญ่ของประเทศไทย

ปัจจุบัน พาย สุนิษฐ์ รับผิดชอบงานด้านพัฒนาธุรกิจที่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี จำกัด ธุรกิจหลักของครอบครัว นอกจากนี้ยังมีความชื่นชอบในกีฬามวยไทย และหลงใหลการขี่รถบิ๊กไบค์คลาสสิกเป็นอย่างมาก
ในแวดวงสังคม พาย สุนิษฐ์ มีเพื่อนสนิทหลายคน ทั้ง ป๊อก ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์ ภูผา เตชะณรงค์ และ แหวนแหวน ปวริศา เพ็ญชาติ

เรียกได้ว่า พาย สุนิษฐ์ ไม่เพียงเป็นทายาทตระกูลดังเท่านั้น แต่ยังเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่มีโปรไฟล์โดดเด่น และพร้อมก้าวเข้าสู่บทบาทคุณพ่อมือใหม่เคียงข้าง มายด์ ลภัสลัล อย่างเต็มตัวแล้ว
เรียบเรียงโดย มุมข่าว

จากกรณี กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ หลังนักธุรกิจหนุ่มวัย 30 ปี ออกมาเรียกร้องความเป็นธรรม โดยอ้างว่าถูกหมอดูชื่อดังในจังหวัดภาคเหนือกระทำอนาจาร ด้วยการขอให้อมอวัยวะเพศเพื่อประกอบพิธีแก้กรรม จนทำให้สังคมพุ่งเป้าไปยังอาจารย์ชื่อดังสาย นิมิตกรรม ผู้เคยให้คำแนะนำด้านความเชื่อแก่ครอบครัวของ เมฆ วินัย ไกรบุตร นักแสดงผู้ล่วงลับ
ล่าสุด วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 เอ๋ อรชัญญาช์ ภรรยาของเมฆ วินัย เปิดเผยว่า รู้สึกตกใจกับข่าวที่เกิดขึ้น และติดตามรายละเอียดมาโดยตลอด หากเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องจริง ก็ขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียหาย แต่ในส่วนที่ตนไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเอง ขอไม่ก้าวล่วงแสดงความคิดเห็น
พร้อมกันนี้ยังเผยว่า ได้โทรศัพท์ไปให้กำลังใจ หนุ่ม คงกะพัน เนื่องจากเข้าใจดีว่าในช่วงเวลานั้น ทุกคนเพียงต้องการช่วยเหลือเพื่อนรักที่กำลังเจ็บป่วยอย่างหนัก โดยการรักษาทุกขั้นตอนทำควบคู่กับแพทย์แผนปัจจุบันจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าไม่กระทบต่อการรักษาหลัก
สาเหตุที่ครอบครัวเชื่อในอาจารย์คนดัง เนื่องจากการค้นหารายชื่อเจ้ากรรมนายเวรตามนิมิต พบข้อมูลที่ตรงกับบุคคลซึ่งเคยมีตัวตนจริงในอดีต แม้ไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎร์ปัจจุบัน การเดินทางไปขออโหสิกรรมตามความเชื่อนี้ ช่วยให้เมฆ วินัย มีสภาพจิตใจดีขึ้น ลดความทุกข์ทรมานจากอาการคันและแผลพุพอง จนสามารถพักผ่อนได้ดีขึ้นในช่วงหนึ่ง
เอ๋ยืนยันว่า ทุกครั้งที่เข้าพบอาจารย์มีพยานและทีมงานอยู่ด้วยตลอด ไม่เคยมีการพบกันแบบลับ ๆ และคำแนะนำส่วนใหญ่เป็นเพียงการทำบุญไหว้พระตามวิถีพุทธทั่วไป
แม้ยังคงเชื่อในเรื่องนิมิตและการอโหสิกรรม แต่ในส่วนของข้อกล่าวหาที่กำลังเป็นข่าวอยู่ เอ๋ระบุว่า ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรม พร้อมฝากถึงประชาชนให้ติดตามข่าวอย่างมีวิจารณญาณ โดยย้ำว่าทุกครั้งที่เผยแพร่ประสบการณ์ดังกล่าว ได้ระบุชัดเจนเสมอว่าเป็นความเชื่อส่วนบุคคล และควรรักษาควบคู่กับแพทย์แผนปัจจุบัน
นอกจากนี้ เอ๋ยังเล่าถึงประสบการณ์หลังการจากไปของเมฆ วินัย เมื่อพี่สาวของเธอป่วยเป็นโรคไต อาการทรุดหนักจนมีภาวะน้ำท่วมปอดและต้องเข้ารักษาตัวในห้อง ICU ขณะนั้นแพทย์ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่ชัดเจนได้ ครอบครัวจึงตัดสินใจขอคำแนะนำจากอาจารย์คนเดิมอีกครั้ง
แนวทางที่ได้รับคือการทำบุญ เช่น ซ่อมแซมพระพุทธรูป กวาดลานวัด และถวายวัสดุก่อสร้างให้วัด ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ชาวพุทธปฏิบัติกันทั่วไป หลังจากนั้นอาการของพี่สาวก็ค่อย ๆ ดีขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ จนกลายเป็นความสบายใจครั้งสำคัญของครอบครัวในช่วงเวลาที่สิ้นหวังที่สุด
สำหรับกระแสวิจารณ์เรื่องความงมงาย เอ๋มองว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคล ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ได้ แต่สำหรับคนที่เคยเผชิญกับความทุกข์จากการเห็นคนที่รักอยู่ในภาวะวิกฤต จะเข้าใจดีว่า หากสิ่งใดเป็นที่พึ่งทางใจได้ ก็พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้คนที่รักกลับมาดีขึ้นอีกครั้ง.
จากกรณีกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ได้เข้ายื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอให้ยับยั้งการพักการลงโทษ นายทักษิณ ชินวัตร โดยระบุว่ามีการอ้างข้อกฎหมายผิดพลาดและบิดเบือนคำสั่งศาลฎีกา นั้น
ล่าสุด กรมราชทัณฑ์ ได้ออกมาเเถลงการณ์กรณีดังกล่าว โดยระบุว่า กรมราชทัณฑ์ขอเรียนว่า ประเด็นตามที่ผู้ร้องกล่าวอ้างว่านายทักษิณฯ อยู่ในขบวนการบังคับโทษโดยมิชอบ หรือมีลักษณะเป็นผู้กระทำผิดวินัยระหว่างต้องขังนั้น การพิจารณาคุณสมบัติในการพักการลงโทษต้องอาศัยข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และสถานะทางคดีตามที่ปรากฏโดยชัดแจ้งตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล รวมถึงข้อมูลทางราชทัณฑ์ที่เป็นทางการ โดยปัจจุบันยังมิได้ปรากฏว่ามีคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งใดที่วินิจฉัยว่า นายทักษิณฯ ได้กระทำผิดวินัย หรือกระทำความผิดอาญาระหว่างถูกควบคุมตัว อันจะเป็นลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายและระเบียบกรมราชทัณฑ์เกี่ยวกับการพักการลงโทษ

จากมติที่ประชุมของคณะทำงานเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษประจำเรือนจำ และเอกสารประกอบการพิจารณาพักการลงโทษของนายทักษิณฯ ไม่ปรากฏข้อมูลเกี่ยวกับการผิดวินัย ดังนั้น คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษพิจารณาแล้ว จึงมีคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564
ทั้งนี้ ประเด็นตามที่ผู้ร้องกล่าวอ้างถึง ซึ่งผู้ผิดวินัยจะไม่ได้รับการพักโทษตามลักษณะต้องห้ามในการนำตัวออกไปคุมขังนอกเรือนจำ ตามประกาศกรมราชทัณฑ์ ข้อ 3 (2) (ข) และ (ค) คือมีประวัติกระทำผิดวินัย หรือเคยกระทำผิดเงื่อนไข หรือผิดอาญาระหว่างถูกคุมขังในสถานที่อื่น ซึ่งประกาศกรมราชทัณฑ์ดังกล่าว เป็นประกาศกรมราชทัณฑ์ เรื่อง กำหนดคุณสมบัติเฉพาะ ลักษณะต้องห้าม และวิธีการคุมขังในสถานที่คุมขังตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ. 2566 นั้น มิได้เป็นข้อกฎหมายในการพิจารณาพักการลงโทษแต่อย่างใด
กรมราชทัณฑ์ขอยืนยันว่า การพิจารณาพักการลงโทษในครั้งนี้ มิได้มีการเอื้อประโยชน์แก่บุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นการเฉพาะ แต่เป็นการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานเดียวกันกับผู้ต้องขังทั่วประเทศ โดยยึดถือพยานหลักฐานตามข้อเท็จจริงและตัวบทกฎหมายอย่างเคร่งครัด

แถลงการณ์ดังกล่าว
ราชทัณฑ์ ออกแถลงการณ์ หลังมีการคัดค้าน พักโทษ ทักษิณ
YouLike News
