วันที่ 30 เม.ย. 2569 สร้างความใจหายให้กับสายคาเฟ่ เมื่อเฟซบุ๊กเพจ “ฮักนา Cafe Kanchanaburi” คาเฟ่บรรยากาศทุ่งนาติดภูเขา จ.กาญจนบุรี ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 2.8 หมื่นคน ประกาศเตรียมปิดกิจการอย่างถาวร โดยจะเปิดให้บริการวันสุดท้ายในวันที่ 5 พ.ค. นี้

ทางร้านได้โพสต์ข้อความขอบคุณลูกค้าทุกคนที่เคยแวะมาอุดหนุน พร้อมระบุว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รู้สึกซาบซึ้งในทุกการสนับสนุน ความไว้วางใจ และความทรงจำดี ๆ ที่ทุกคนมอบให้ พร้อมหวังว่า “ฮักนา” จะยังคงอยู่ในความทรงจำของลูกค้าทุกคนตลอดไป

ด้าน “เมล เอวหวาน” เจ้าของร้าน ได้ออกมาอัดคลิปชี้แจงถึงสาเหตุการปิดกิจการ ระบุว่า ร้านแห่งนี้ลงทุนสร้างด้วยเงินส่วนตัวทั้งหมด ไม่มีหุ้นส่วน โดยซื้อที่ดินกว่า 2 ไร่ และใช้งบก่อสร้างรวมกว่า 10 ล้านบาท แต่ในช่วงหลังรายได้ลดลงต่อเนื่อง ขณะที่ค่าใช้จ่ายยังคงเท่าเดิม อีกทั้งขาดการบริหารจัดการที่ดี ทำให้ธุรกิจไปต่อไม่ไหว

เจ้าของร้านเผยด้วยความรู้สึกสะเทือนใจว่า เสียดายสิ่งที่สร้างมากับมือ พร้อมขอบคุณลูกค้าทุกคนที่เคยมาใช้บริการ ยืนยันว่าชีวิตยังต้องเดินหน้าต่อไป พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจเข้ามารับช่วงต่อ ทั้งในรูปแบบเช่าหรือซื้อกิจการ รวมถึงพนักงานเดิมก็สามารถทำงานต่อได้ทันที

นอกจากนี้ยังยอมรับว่า ปัญหาจากเสียงวิจารณ์ของลูกค้า และข้อผิดพลาดในการให้บริการของพนักงาน ก็เป็นอีกส่วนที่ต้องนำมาปรับปรุง โดยก่อนหน้านี้ร้านเคยมีรายได้สูงถึงวันละกว่า 100,000 บาท และโซนรถไฟสร้างรายได้วันละ 30,000–40,000 บาท แต่ปัจจุบันไม่สามารถรักษาระดับรายได้ไว้ได้ จึงตัดสินใจปิดกิจการในที่สุด
เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแล สคบ. ออกโรงเตือนภัยผู้บริโภคทั่วประเทศ หลังเป็นประธานการประชุมร่วมกับหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคและแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อกำหนดมาตรการกำกับดูแลสินค้ามาตรฐาน มอก. และยกระดับความปลอดภัยผู้บริโภคบนแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยย้ำว่ารัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เอาจริงกับปัญหาสินค้าไม่ได้มาตรฐานที่ทะลักขายผ่านช่องทางออนไลน์

ที่ประชุมระดมสมองครั้งนี้ ประกอบด้วย นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค พร้อมผู้แทนจาก สมอ. สภาองค์กรของผู้บริโภค ETDA ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ และแพลตฟอร์มออนไลน์ชั้นนำ ร่วมหารือกรณีข่าวต่างประเทศที่กระติกน้ำยี่ห้อ Thermos เกิดเหตุระเบิดระหว่างใช้งาน จนสร้างความตื่นตระหนกไปทั่วโลก สคบ. เร่งตรวจสอบร่วมกับบริษัทผู้นำเข้าในประเทศไทยทันที พบสินค้าที่เข้าข่ายต้องเรียกคืน 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น SK3000 และ SK3020 ซึ่งมีความเสี่ยงจากแรงดันสะสมภายใน อาจทำให้ฝาปิดดีดตัวออกอย่างรุนแรงจนเกิดอันตรายร้ายแรงต่อผู้ใช้งาน

นางสาวศุภมาส เปิดเผยว่า สคบ. สั่งระงับการจำหน่ายสินค้าทั้ง 2 รุ่นในทุกช่องทางทันที ทั้งหน้าร้านและออนไลน์ แม้ยังไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บในประเทศไทย แต่เพื่อตัดไฟแต่ต้นลม ขอให้ประชาชนที่ครอบครองกระติกน้ำรุ่นดังกล่าว หยุดใช้งานทันที และหากได้รับความเสียหาย ร้องเรียนมายัง สคบ. ได้โดยตรง

นางสาวศุภมาส ทิ้งท้ายอย่างหนักแน่นว่า รัฐบาลพร้อมเดินหน้ายกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคเชิงรุกเต็มสูบ ควบคู่กับการผลักดันมาตรการควบคุมสินค้าออนไลน์และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้า เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนในทุกช่องทางการซื้อขาย ไม่ให้ใครต้องตกเป็นเหยื่อสินค้าไร้มาตรฐานอีกต่อไป
ทั้งนี้ มีรายงานว่า การสั่งระงับดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากกรณีกระติกน้ำเก็บอุณหภูมิยี่ห้อดัง เกิดเหตุระเบิดระหว่างใช้งาน จนสร้างความตื่นตระหนกไปทั่วโลก

