วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ร.ต.ท.ภาณุวัฒน์ ปานรัตน์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสระบุรี รับแจ้งเหตุรถเก๋งชนรถจักรยานยนต์ บริเวณถนนพหลโยธิน กม.102 (ทางคู่ขนานขาเข้าเมืองสระบุรี) ต.หนองยาว อ.เมือง จ.สระบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดเมืองสระบุรี
ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ยี่ฮ้อยามาฮ่า ฟีโน่ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ล้มอยู่ริมถนน สภาพรถถูกชนท้ายพัง ห่างกันประมาณ 50 เมตร รถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า แจ๊ส ทะเบียน กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ข้างทางในสภาพคันชนหน้าแตก ฝากระโปรงบุบ กระจกหน้ารถแตก คาดว่าเกิดจากร่างผู้ถูกชนกระเด็นไปโดนกระจก

บริเวณหลังรถเก๋งพบร่างผู้บาดเจ็บสาหัสชื่อ นายอภิสิทธิ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี สภาพนอนหายใจรวยริน เจ้าหน้าที่ช่วยกันทำ CPR แต่ไม่สามารถช่วยไว้ได้ ผู้บาดเจ็บเสียชีวิตลง ตรวจสอบตามร่างกายพบขาขวาหัก และมีแผลถลอกตามร่างกายหลายแห่ง ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นางอารีย์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี หลังก่อเหตุได้โบกรถที่ผ่านมาหลบหนีไป
สอบถามเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ กล่าวว่า ผู้ขับรถเก๋งคาดว่าน่าจะเป็นภรรยาของผู้เสียชีวิต โดยบอกว่าตนเองทะเลาะกับสามี เนื่องจากว่าสามีทำให้ตนเองหมดตัว และฝากคนเจ็บก่อน ก่อนจะไปมอบตัวที่ สภ.เมืองสระบุรี โดยฝ่ายหญิงขับรถตามกันมา เมื่อเห็นว่าเป็นสามีขี่จักรยานยนต์ จึงพุ่งชนไปเต็ม ๆ โดยตั้งใจ
ด้าน น.ส.ฐิติภัทร (ขอสงวนนามสกุล) พี่สาวของผู้เสียชีวิต ระบุว่า ทั้งคู่มีปากเสียงกันบ่อย คาดว่าไม่ใช่แค่เรื่องหึงหวง แต่เป็นปัญหาเรื่องเงิน และจากภาพเหตุการณ์เหมือนตั้งใจชน อีกทั้งก่อนหน้านี้ฝ่ายหญิงเคยขู่เอาชีวิต หากเจอกันอีก
ทั้งนี้ ทั้งสองอยู่กินกันมา 8-9 เดือน ต่างฝ่ายต่างมีลูกติด 1 คน และมีปัญหาทะเลาะกันต่อเนื่อง โดยฝ่ายหญิงเคยใช้อาวุธมีดไล่ทำร้ายฝ่ายชายมาแล้ว

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสระบุรี เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุผู้ก่อเหตุได้เข้ามอบตัว พร้อมให้การว่าอยู่กินกับผู้ตายประมาณ 8 เดือน หลังจากสามีเก่าเสียชีวิตและได้รับเงินประกัน ก่อนคบหากับผู้ตายซึ่งเป็นเพื่อนของสามีเก่า
ระหว่างคบหามีปากเสียงกันบ่อย ฝ่ายชายมีพฤติกรรมดื่มสุรา และฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายดูแลค่าใช้จ่ายมาโดยตลอด ใช้เงินไปประมาณ 1 ล้านบาท ระยะหลังฝ่ายหญิงเริ่มหมดตัว ขณะที่ฝ่ายชายพยายามตีตัวออกห่าง ไม่รับสาย และไม่กลับบ้าน
วันเกิดเหตุฝ่ายหญิงไปดักรอ เมื่อเห็นผู้ตายขับรถออกมา จึงขับรถตาม ผู้ตายพยายามหลบหนี แต่ฝ่ายหญิงขับรถพุ่งชนด้วยความแค้น จากปัญหาความสัมพันธ์และเรื่องเงิน
ภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่า หลังจากชนแล้ว ผู้ก่อเหตุได้ลงจากรถและใช้เท้าเหยียบหน้าผู้เสียชีวิตซ้ำ ก่อนหลบหนีไป และภายหลังได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน และอยู่ระหว่างดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายดูแลกลุ่มเปราะบางในสังคมตามนโยบายของนายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยล่าสุดกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการได้มีประกาศหลักเกณฑ์ การคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งแบบครอบครัวอุปการะ เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็น ที่พึ่ง ให้กับผู้ไร้ที่อยู่อาศัย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
โดยผู้ที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการต้องมีคุณสมบัติ อาทิ อายุ 20 ปีขึ้นไป มีสัญชาติไทย สุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคติดต่อร้ายแรง มีความประพฤติเหมาะสม มีที่อยู่อาศัยและความพร้อมในการดูแล รวมถึงไม่มีพฤติกรรมรุนแรง และสามารถทุ่มเทเวลาเอาใจใส่ผู้รับการอุปการะได้อย่างต่อเนื่อง
ในส่วนของสิทธิประโยชน์ รัฐบาลสนับสนุนค่าตอบแทนจำนวน 5,000 บาทต่อคนต่อเดือน พร้อมจัดนักสังคมสงเคราะห์ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเป็นประจำทุกเดือน รวมถึงให้คำปรึกษาและช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดูแลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับผู้สนใจในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สามารถยื่นคำขอได้ที่ศูนย์คุ้มครองและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ต่างจังหวัดสามารถติดต่อสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในพื้นที่ รวมถึงหน่วยงานคุ้มครองต่าง ๆ ของรัฐ
ทั้งนี้ พม. ยังเปิดสายด่วน 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้คำปรึกษาและรับเรื่องร้องเรียน สะท้อนความพยายามของภาครัฐในการสร้างระบบสวัสดิการสังคมที่เข้มแข็ง และลดความเหลื่อมล้ำอย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาว
ขอบคุณข้อมูลจาก พรรคเพื่อไทย

