ความคืบหน้าเหตุรถไฟพุ่งชนรถเมล์กลางแยกอโศก-เพชรบุรี จนเกิดเพลิงลุกไหม้รุนแรงและมีผู้เสียชีวิตหลายราย ล่าสุด รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ออกมาเปิดเผยข้อมูลเบื้องต้นของอุบัติเหตุครั้งนี้ โดยระบุว่า รถเมล์คันเกิดเหตุจอดติดไฟแดงค้างอยู่บนรางรถไฟ ส่งผลให้ไม้กั้นไม่สามารถปิดลงมาได้ ขณะที่ขบวนรถไฟซึ่งบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์น้ำหนักมาก ไม่สามารถเบรกหยุดได้ทัน จนนำไปสู่โศกนาฏกรรมดังกล่าว
สาเหตุรถเมล์จอดคาราง ก่อนรถไฟชนสนั่น เป็นโศกนาฏกรรมกลางกรุง
สาเหตุรถเมล์จอดคาราง ก่อนรถไฟชนสนั่น เป็นโศกนาฏกรรมกลางกรุงล่าสุนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงอุบัติเหตุรถเมล์ชนกับรถไฟว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ก่อนเกิดเหตุรถโดยสารประจำทางจอดติดสัญญาณไฟแดงค้างอยู่บนรางรถไฟและจากรถติดสะสมทำให้ไม่สามารถเคลื่อนตัวไปไหนได้ ส่งผลให้ไม้กั้นทางรถไฟไม่สามารถปิดลงมาได้ ขณะเดียวกันขบวนรถไฟที่เกิดเหตุเป็นขบวนขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งมีน้ำหนักมาก ทำให้ไม่สามารถเบรกหยุดได้ทัน จนนำไปสู่อุบัติเหตุรุนแรงดังกล่าว
ส่วนรถโดยสารที่ประสบเหตุ ได้รับรายงานว่าเป็นรถขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ขณะที่จำนวนผู้โดยสารที่อยู่บนรถในขณะเกิดเหตุ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียด
สาเหตุรถเมล์จอดคาราง ก่อนรถไฟชนสนั่น เป็นโศกนาฏกรรมกลางกรุงสำหรับมาตรการเยียวยาผู้เสียหาย นายสิริพงศ์ ระบุว่า เรื่องนี้ไม่อยากพูดถึงเป็นตัวเงิน เพราะชีวิตของคนประเมินค่าไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ตามหลักการเบื้องต้น รถของ ขสมก. มีการทำประกันภัยวงเงินมากกว่า 1 ล้านบาท แต่รายละเอียดการชดเชยจะต้องมีการหารือและตรวจสอบเพิ่มเติมอีกครั้ง
สาเหตุรถเมล์จอดคาราง ก่อนรถไฟชนสนั่น เป็นโศกนาฏกรรมกลางกรุงด้านอาการของคนขับรถไฟ ล่าสุดได้รับบาดเจ็บศีรษะแตก และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ได้ส่งมอบหลักฐานทั้งหมดให้พนักงานสอบสวน ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดของกรุงเทพมหานคร และกล้องจากป้อมประจำจุดเกิดเหตุ เพื่อใช้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งเรื่องความเร็วของขบวนรถ ระยะการเบรก รวมถึงตรวจสอบว่าขบวนรถไฟวิ่งตามสัญญาณที่ได้รับอนุญาตหรือไม่ และจะนำกล่องดำที่หัวรถจักรไปตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง
เบื้องต้นยืนยันผู้เสียชีวิต 8 ราย และผู้บาดเจ็บอีก 32 ราย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ยืนยันว่าเรื่องนี้ต้องมีผู้รับผิดชอบอย่างแน่นอน
สาเหตุรถเมล์จอดคาราง ก่อนรถไฟชนสนั่น เป็นโศกนาฏกรรมกลางกรุงด้านรองโฆษก ตร. ระบุว่า จากการประสานข้อมูลกับ นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ทราบถึงสาเหตุเบื้องต้นว่า เกิดจากกรณีรถเมล์จอดติดไฟแดงในลักษณะคร่อมทางรถไฟ
ลูก 7 ขวบ เห็นแม่มุดน้ำคิดว่าหยอกเล่น ขี่หลังชอบใจ สุดท้ายกลายเป็นเรื่องเศร้า
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ร.ต.อ.ณัฏฐ์พัฒน์ พึ่งจาบ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ย่อยโนนสูง พร้อมด้วยหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลค่ายประจักษ์ศิลปาคม และอาสากู้ภัยมูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรม ได้รับแจ้งเหตุมีผู้หมดสติในหนองน้ำ บริเวณหนองน้ำท้ายหมู่บ้าน ซอยสันติสุข บ้านค่ายเสนีย์ หมู่ 4 ตำบลหนองขอนกว้าง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี จึงรุดเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นหนองน้ำขนาดประมาณ 1 ไร่ บริเวณริมตลิ่งมีความลึกประมาณ 1 เมตร พบร่างของ นางสมพร เขื่อนใต้ศาล อายุ 47 ปี ซึ่งเพื่อนบ้านได้ช่วยกันนำร่างขึ้นมาปฐมพยาบาลอยู่ริมฝั่ง โดยเจ้าหน้าที่กู้ชีพได้พยายามทำการปั๊มหัวใจเพื่อยื้อชีวิตผู้ประสบเหตุเป็นเวลาประมาณ 30 นาที แต่ไม่สำเร็จ นางสมพรได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา
ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังให้ความช่วยเหลือ สามีและลูกสาวของผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ เมื่อทราบว่าไม่สามารถยื้อชีวิตนางสมพรเอาไว้ได้ ลูกสาวและครอบครัวต่างอยู่ในความโศกเศร้าเสียใจ ท่ามกลางบรรยากาศความเสียใจของญาติและเพื่อนบ้านที่มามุงดูเหตุการณ์ จากการตรวจสอบตามร่างกายของผู้เสียชีวิต ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย และบริเวณโดยรอบไม่มีร่องรอยการต่อสู้แต่อย่างใด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้เสียชีวิตอาจมีอาการวูบหมดสติขณะอยู่ในน้ำ จนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เป็นเหตุให้เสียชีวิต
นางแดง นาถมทอง อายุ 58 ปี เพื่อนบ้านผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ หลังจากรับประทานอาหารกลางวัน นางสมพรได้ชักชวนตนเอง เพื่อนบ้านอีก 1 คน และลูกชายคนเล็กของผู้เสียชีวิต อายุ 7 ขวบ รวม 4 คน ออกไปงมหอยที่หนองน้ำ เมื่อมาถึง ทุกคนได้แยกย้ายกันลงไปงมหอยคนละจุด ห่างกันพอสมควร ระหว่างที่ตนกำลังก้มหน้างมหอยอยู่นั้น ได้สังเกตเห็นผู้เสียชีวิตมีอาการผิดปกติขณะอยู่ในน้ำ ตอนแรกเข้าใจว่ากำลังเล่นกับลูกชาย เพราะเห็นลูกชายขี่หลังและหัวเราะชอบใจอยู่ แต่เมื่อสังเกตดูใกล้ๆ พบว่าผู้เสียชีวิตหมดสติและมีอาการน่าเป็นห่วง ตนและเพื่อนบ้านอีกคนจึงรีบดึงร่างขึ้นจากน้ำ ก่อนจะโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ
เบื้องต้นญาติไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำร่างผู้เสียชีวิตส่งไปเก็บรักษาไว้ที่แผนกนิติเวช โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เพื่อรอผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะให้ญาติรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

