เมื่อเวลา 15.40 น. วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้รถโดยสารสาธารณะประสบอุบัติเหตุ บริเวณใกล้เคียงสถานีรถไฟแอร์พอร์ตเรลลิ้งก์มักกะสัน ถนนอโศก-ดินแดง แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร โดยมีรายงานจากสายด่วน 199 และแอปพลิเคชันไลน์
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากการที่รถไฟปะทะกับรถโดยสารสาธารณะและรถจักรยานยนต์ ทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้ขึ้นอย่างรุนแรงในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยพญาไทได้เร่งเดินทางไปยังพื้นที่เพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือ
ในรายงานเบื้องต้นระบุว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ประมาณ 7-8 ราย ก่อนที่ในเวลาต่อมา 15.59 น. จะมีรายงานยืนยันว่าพบผู้เสียชีวิตภายในรถโดยสารสาธารณะจำนวน 6 ราย รายละเอียดเพิ่มเติมอยู่ระหว่างการตรวจสอบและจะมีการรายงานให้ทราบต่อไป
กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง สำหรับเรื่องราวชีวิตสุดสะเทือนใจของ ป๋าต๊อบ ปฏิญญา ควรตระกูล หลังโลกออนไลน์หยิบคลิปสัมภาษณ์จากรายการ ตีท้ายครัว มาแชร์ต่อ ท่ามกลางกระแสสังคมที่กำลังให้ความสนใจกับประเด็นการล่วงละเมิดทางเพศในวัยเด็ก

โดย “ป๋าต๊อบ” เผยว่า ตนถูกล่วงละเมิดทางเพศมาตั้งแต่ยังเด็ก โดยคนขับรถที่ทำหน้าที่รับส่งไปโรงเรียน ขณะระหว่างเส้นทางกลับบ้านจะแวะพาไปก่อเหตุ ส่วนพ่อแม่ต่างยุ่งอยู่กับการทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัว จึงไม่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้น
ป๋าต๊อบ เล่าว่า “คนขับรถทำร้าย ขับรถไปโรงเรียน ขากลับก็แวะ แล้วพ่อแม่ก็มัวแต่ทำงานหาเงินให้ลูก ก็ไม่รู้ ลูกก็ไม่สนิทกับพ่อแม่พอที่จะไปบอกพ่อแม่ ไม่รู้ด้วยแหละ เด็กเกินไป อายุประมาณเกือบ 10 ขวบ”

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกเป็นเวลาหลายเดือน จนตั้งครรภ์และต้องทำแท้ง ซึ่งเรื่องราวนี้ฝังอยู่ในใจมาตลอด ป๋าต๊อบ กล่าวถึงความรู้สึกในตอนนั้นว่า “มันเหมือนกับติดอยู่ในใจ ฉันบาปกรรมหรือเปล่า ฉันทำแท้ง ฉันเป็นอย่างไร แต่จริง ๆ แล้วมันก็ไม่ใช่ ไม่ใช่บาป ไม่ใช่กรรม มันเป็นสิ่งที่ต้องเกิดเพื่อที่จะให้เราเป็นคนที่ดีขึ้น มีความลึกซึ้งในการใช้ชีวิตมากขึ้น”
ป๋าต๊อบ เผยต่อว่า มีโอกาสได้เยียวยาจิตใจภายในครอบครัว โดยได้กลับไปพูดคุยและกอดแม่เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 60 ปี พร้อมบอกว่า “หนูรักแม่นะ หนูรักแม่ที่สุด รู้สึกโชคดีที่ได้เกิดมาเป็นลูกแม่มากๆ” พร้อมยืนยันว่าแม่ไม่ได้มีส่วนผิดแต่อย่างใด โดยมีปีใหม่ช่วยเป็นสื่อกลางในการพูดคุยครั้งนั้น

หลังจากที่ ป๋าต๊อบ บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้แม่ฟัง แม่ร้องไห้ออกมา แต่ ป๋าต๊อบ รู้สึกได้ว่าพลังงานของแม่เปลี่ยนไป เบาขึ้นกว่าเดิม เหมือนกับการได้วางภาระหนักอึ้งที่แบกมาตลอดลงได้ในที่สุด โดยกล่าวว่า “พลังงานแม่พี่เปลี่ยน แม่เบาขึ้น เหมือนกับแม่ไม่ต้องมาแบกกรรมอันนี้ไว้ว่าฉันทำร้ายลูก ฉันไม่ดี ฉันปกป้องลูกไม่ได้ พอเราได้ตัดกรรมนี้ให้แม่ก็เท่ากับเป็นบุญที่ใหญ่มากที่ได้บอกว่าแม่ไม่ผิด”
ป๋าต๊อบ ทิ้งท้ายถึงเหตุผลที่เลือกเปิดเผยเรื่องราวนี้ว่า “มันเป็นสิ่งที่สำคัญ มันถึงเวลาแล้วไหมที่เราจะฟังเด็กบ้าง แล้วเราจะไม่ตำหนิ ไม่มีอคติต่อกัน ไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่จะต้องหลบซ่อน” สะท้อนให้เห็นถึงความกล้าหาญในการลุกขึ้นพูดถึงสิ่งที่เคยเป็นบาดแผลลึก เพื่อเป็นกระบอกเสียงให้กับเด็กคนอื่น ๆ ที่อาจกำลังเผชิญกับสถานการณ์เดียวกัน


