วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 ทำเอาแฟนๆ แห่ส่งกำลังใจกันจำนวนมาก หลังนักร้องหนุ่ม ปุ้ย L.กฮ. ออกมาโพสต์ข้อความระบายความรู้สึกผ่านโซเชียลส่วนตัว ศรีสกล สมทรง พร้อมเผยถึงแรงกดดันและความเจ็บปวดที่ต้องเผชิญมาตลอดเส้นทางการเป็นศิลปิน
โดยเจ้าตัวได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า
ปัญหามันกลัวความอดทน
ตัวผมต้องพยายามมากกว่าคนอื่นหลายๆ เท่า เพราะผมไม่ได้หล่อ ไม่ได้มีบุคลิกที่ดูดี ไม่เคยมีวันไหนเลยที่ผมจะลืมตัว ไม่เคยมีวันไหนเลยที่ผมจะไม่พยายาม ผมฝึกแต่งเพลง ผมฝึกคิดดนตรี ผมพยายาม ผมอดทน เพื่อจะเอาความสามารถมากลบเกลื่อนเรื่องรูปลักษณ์หน้าตา
บางคนคอมเมนต์ด่าด้วยคำหยาบคาย เพียงเพราะรูปร่างหน้าตาของผมไม่ได้เป็นแบบที่เขาต้องการ ผมไม่โกรธแค้นและไม่โต้ตอบกลับ เพราะผมเลือกที่จะทำอาชีพนี้เอง ผมไม่ขออะไรมากครับ ใครไม่รักไม่ชอบในบุคลิกผมก็ไม่เป็นไรครับ แต่ขอให้ท่านรักในเสียงเพลงของผม ขอบคุณคนที่รักผมและสนับสนุนผม ที่อยู่ข้างผมด้วยนะ

โพสต์ดังกล่าว
หลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีทั้งคนในวงการและแฟนเพลงเข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจกันอย่างต่อเนื่อง โดย หลวงไก่ เข้ามาคอมเมนต์ว่า เหมือนตอนพี่ทำชุดแรก # ขวัญใจพี่หลวง ตอนเข้าอาร์สยามเลยน้อง หน้าตาไม่ให้ แต่อยากอีเป็นนักร้อง ทำพรือกะใจมันรัก รักดนตรี รักเสียงเพลง
ขณะที่ เจี๊ยบ เบญจพร ก็เข้ามาส่งกำลังใจเช่นกัน พร้อมด้วยแฟนคลับอีกจำนวนมากที่เข้ามาคอมเมนต์ อาทิ แค่นี้ก็เก่งมากแล้วนะปุ้ย ไม่มีใครรู้ดีเท่าตัวเราเอง รักปุ้ยรักแอลกอฮอล์, เป็นกำลังใจให้นะคะพี่, ส่งกำลังใจส่งพลังงานบวกนะคะ น้องปุ้ยน่ารักนิสัยดี และ สู้ๆ ครับพี่ กำลังใจให้นะครับ
ช็อกจากจีน โปรแกรมเมอร์หนุ่มวัยเพียง 27 ปี ถูกวินิจฉัยว่าเป็น มะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะที่ 4 หลังมีอาการปวดท้องและน้ำหนักลดฮวบ สาเหตุมาจากพฤติกรรมการกินอาหารย่างแทนมื้อเย็นเป็นประจำต่อเนื่องกว่า 5 ปี จนกลายเป็นบทเรียนราคาแพงเรื่องสุขภาพ
หนุ่มจีนรายนี้ ซึ่งสื่อท้องถิ่นระบุชื่อว่า “เสี่ยวจาง” ทำงานสายไอทีและมักกิน อาหารปิ้งย่าง ทุกคืนแทนข้าวเย็น จนในที่สุดต้องเผชิญกับโรคร้ายแรงอย่างไม่ทันตั้งตัว เหตุการณ์นี้จึงกลายเป็นอุทาหรณ์ให้หลายคนตระหนักถึงอันตรายของการกินอาหารผิดเวลาและผิดประเภท
อาหารที่ควรเลี่ยงก่อนนอน
1. อาหารปิ้งย่าง
การย่างที่อุณหภูมิสูงกว่า 200°C ทำให้เกิดสารก่อมะเร็งอย่าง เบนโซไพรีน (Benzopyrene) โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ใช้ซ้ำบ่อยๆ อาจปล่อยสารฟอร์มาลดีไฮด์ออกมา ควรลดการกินและเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์อย่างหม้อทอดไร้น้ำมันแทน
2. เนื้อสัตว์แปรรูป
ไส้กรอก แฮม เบคอน มีสาร ไนไตรท์ ซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็นไนโตรซามีน สารก่อมะเร็งในกระเพาะอาหาร องค์การวิจัยมะเร็งโลก (IARC) ระบุว่า กินเพียง 50 กรัมต่อวัน เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ถึง 18%
3. อาหารรสจัดหรือเผ็ดมาก
อาหารที่มี แคปไซซิน (Capsaicin) สูง หากกินต่อเนื่องอาจทำให้ผนังลำไส้อักเสบ หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์จนเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง
4. น้ำอัดลมเย็น
ความเย็นทำให้หลอดเลือดลำไส้หดตัว ขณะที่ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มแรงดันในกระเพาะอาหาร ก่อให้เกิดอาการปวดท้อง ท้องอืด และอาจทำให้ลำไส้ทำงานผิดปกติ
กฎทองดูแลลำไส้ก่อนนอนงดอาหารก่อนนอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง เพื่อให้ลำไส้ได้พัก
ดื่มน้ำอุ่น 300 มล. หลังตื่นนอน พร้อมนวดท้องเบาๆ รอบสะดือ
นอนตะแคงซ้าย ลดการไหลย้อนกรดและช่วยระบบย่อยอาหาร
ออกกำลังกายลำไส้ เช่น ท่านอนหงายแล้ว “ปั่นจักรยานอากาศ” เพื่อกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้
สัญญาณเตือนมะเร็งลำไส้อุจจาระผิดรูป เช่น บางเหมือนดินสอ หรือมีร่องผิดปกติ
พฤติกรรมขับถ่ายเปลี่ยนแปลง สลับท้องผูก-ท้องเสียบ่อย
น้ำหนักลดลงรวดเร็วโดยไม่ทราบสาเหตุ
ปวดท้องเวลากลางคืน โดยเฉพาะบริเวณท้องน้อย
ลำไส้คือตัวชี้วัดสุขภาพระยะยาว สิ่งที่กินเข้าไปทุกวันมีผลโดยตรงต่อการทำงานของร่างกาย อย่ารอให้ป่วยแล้วค่อยเปลี่ยนพฤติกรรม เพียงเลือกอาหารให้ถูกเวลา หลีกเลี่ยงอาหารเสี่ยง และให้ลำไส้ได้พักผ่อนอย่างเหมาะสม ก็สามารถลดโอกาสเกิดโรคร้ายแรงได้อ็อกซ์ฟอร์ดวิจัยพบ เครื่องดื่มช่วย “ขับไล่” มะเร็งลำไส้ มีติดตู้เย็นทุกบ้าน ถูกกว่าชา-กาแฟ
คนป่วยโรคไตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แพทย์เตือน 3 อาหารควรเลี่ยงหากไม่อยาก “ไตพัง”
.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)

