ลูก 7 ขวบ เห็นแม่มุดน้ำคิดว่าหยอกเล่น ขี่หลังชอบใจ สุดท้ายกลายเป็นเรื่องเศร้า
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ร.ต.อ.ณัฏฐ์พัฒน์ พึ่งจาบ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ย่อยโนนสูง พร้อมด้วยหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลค่ายประจักษ์ศิลปาคม และอาสากู้ภัยมูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรม ได้รับแจ้งเหตุมีผู้หมดสติในหนองน้ำ บริเวณหนองน้ำท้ายหมู่บ้าน ซอยสันติสุข บ้านค่ายเสนีย์ หมู่ 4 ตำบลหนองขอนกว้าง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี จึงรุดเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นหนองน้ำขนาดประมาณ 1 ไร่ บริเวณริมตลิ่งมีความลึกประมาณ 1 เมตร พบร่างของ นางสมพร เขื่อนใต้ศาล อายุ 47 ปี ซึ่งเพื่อนบ้านได้ช่วยกันนำร่างขึ้นมาปฐมพยาบาลอยู่ริมฝั่ง โดยเจ้าหน้าที่กู้ชีพได้พยายามทำการปั๊มหัวใจเพื่อยื้อชีวิตผู้ประสบเหตุเป็นเวลาประมาณ 30 นาที แต่ไม่สำเร็จ นางสมพรได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา
ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังให้ความช่วยเหลือ สามีและลูกสาวของผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ เมื่อทราบว่าไม่สามารถยื้อชีวิตนางสมพรเอาไว้ได้ ลูกสาวและครอบครัวต่างอยู่ในความโศกเศร้าเสียใจ ท่ามกลางบรรยากาศความเสียใจของญาติและเพื่อนบ้านที่มามุงดูเหตุการณ์ จากการตรวจสอบตามร่างกายของผู้เสียชีวิต ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย และบริเวณโดยรอบไม่มีร่องรอยการต่อสู้แต่อย่างใด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้เสียชีวิตอาจมีอาการวูบหมดสติขณะอยู่ในน้ำ จนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เป็นเหตุให้เสียชีวิต
นางแดง นาถมทอง อายุ 58 ปี เพื่อนบ้านผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ หลังจากรับประทานอาหารกลางวัน นางสมพรได้ชักชวนตนเอง เพื่อนบ้านอีก 1 คน และลูกชายคนเล็กของผู้เสียชีวิต อายุ 7 ขวบ รวม 4 คน ออกไปงมหอยที่หนองน้ำ เมื่อมาถึง ทุกคนได้แยกย้ายกันลงไปงมหอยคนละจุด ห่างกันพอสมควร ระหว่างที่ตนกำลังก้มหน้างมหอยอยู่นั้น ได้สังเกตเห็นผู้เสียชีวิตมีอาการผิดปกติขณะอยู่ในน้ำ ตอนแรกเข้าใจว่ากำลังเล่นกับลูกชาย เพราะเห็นลูกชายขี่หลังและหัวเราะชอบใจอยู่ แต่เมื่อสังเกตดูใกล้ๆ พบว่าผู้เสียชีวิตหมดสติและมีอาการน่าเป็นห่วง ตนและเพื่อนบ้านอีกคนจึงรีบดึงร่างขึ้นจากน้ำ ก่อนจะโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ
เบื้องต้นญาติไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำร่างผู้เสียชีวิตส่งไปเก็บรักษาไว้ที่แผนกนิติเวช โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เพื่อรอผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะให้ญาติรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ลุงเจ้ยถือเป็นอีกหนึ่งครีเอเตอร์ท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยสไตล์การขายรถที่สนุกสนาน การแต่งกายโดดเด่น บุคลิกเป็นกันเอง และลีลาการพูดที่เรียกทั้งรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากผู้ชม จนกลายเป็นที่จดจำและมีแฟนคลับติดตามจำนวนมากบนโลกออนไลน์

หากย้อนกลับไปดูโพสต์ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 จะพบว่า ลุงเจ้ยยังได้โพสต์ภาพขณะใส่บาตรพระในช่วงเช้า ก่อนจะมีอาการหมดสติในเวลาประมาณ 10.00 น. จากนั้นถูกนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลกระบี่ และเข้ารับการรักษาต่อเนื่องนาน 5 วัน แต่สุดท้ายแพทย์ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้

นอกจากนี้ ก่อนเกิดเหตุเพียงไม่กี่วัน ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ลุงเจ้ยยังได้เดินทางไปทำบุญบริจาคโลงศพ ซึ่งหลังเรื่องราวถูกเผยแพร่ออกไป ยิ่งทำให้หลายคนรู้สึกใจหายและร่วมไว้อาลัยกับการสูญเสียครั้งนี้ พร้อมย้อนแชร์คลิปผลงานของลุงเจ้ย ที่เคยมอบทั้งเสียงหัวเราะและความสุขให้กับผู้ติดตามมาโดยตลอด



