หลายคนเชื่อว่า การดื่มน้ำทันทีหลังตื่นนอนคือ ยาอายุวัฒนะ ที่ช่วยล้างสารพิษและบำรุงไต แต่เคสของชายวัย 58 ปี ที่จะกล่าวต่อไปนี้ กลับกลายเป็นโศกนาฏกรรม เมื่อความปรารถนาดีต่อสุขภาพกลับกลายเป็นการทำลาย ไต โดยไม่รู้ตัว จนสายเกินแก้
ตามรายงานจากเว็บไซต์ต่างประเทศ Sohu ระบุว่า นายเหอ ชายชาวจีนวัย 58 ปี เชื่อเสมอว่า ดื่มน้ำแก้วแรกของวันช่วยให้สุขภาพดี โดยทุกเช้าสิ่งแรกที่เขาทำคือการดื่มน้ำรวดเดียว 2 แก้วใหญ่ (ประมาณ 700-800 มล.) เพราะเชื่อว่าจะช่วย ดีท็อกซ์ และบำรุงไต แต่เพียงไม่กี่เดือนต่อมา เขากลับมีอาการขาบวม ปัสสาวะผิดปกติ มีฟองมาก และต้องลุกมาเข้าห้องน้ำกลางดึกบ่อยครั้ง เมื่อทนไม่ไหวจนต้องไปโรงพยาบาล แพทย์กลับแจ้งข่าวร้ายว่า ค่าการทำงานของไตต่ำมากจนอยู่ในสภาวะไตวาย
โดยแพทย์เจ้าของไข้ ชี้แจงว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การดื่มน้ำตอนเช้า แต่อยู่ที่ พฤติกรรมการดื่ม และ ความเข้าใจผิด ดังนี้
1. ความเชื่อที่ว่า ยิ่งเยอะยิ่งดี (Water Intoxication) การดื่มน้ำปริมาณมากในเวลาอันสั้น (เช่น 800 – 1,000 มล. ทันทีที่ตื่น) ไม่ใช่การล้างพิษแบบวิทยาศาสตร์ แต่เป็นการสร้างภาระหนักให้ไตที่ต้องเร่งขับน้ำส่วนเกินออก หากทำติดต่อกันนานๆ อาจนำไปสู่ภาวะ โซเดียมในเลือดต่ำ (Hyponatremia) ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต ตามข้อมูลจาก Mayo Clinic
2. ใช้ น้ำ เป็นยาครอบจักรวาล แต่ละเลยโรคประจำตัว นายเหอมีภาวะความดันโลหิตสูงและน้ำตาลในเลือดสูงอยู่ก่อนแล้ว แต่เขาเลือกที่จะดื่มน้ำมากๆ เพื่อหวัง ล้าง เลือดให้สะอาด แทนการคุมโรคด้วยยาและอาหาร ซึ่งแพทย์ย้ำว่า ความดันและเบาหวานคือ เพชฌฆาตเงียบ ที่ทำลายตัวกรองของไตโดยตรง การดื่มน้ำเข้าไปเยอะๆ ไม่สามารถทดแทนการรักษาทางการแพทย์ได้
3. การใช้ยาแก้ปวดพร่ำเพรื่อ หลายคนมักดื่มน้ำตามมากๆ เมื่อกินยาแก้ปวดเพราะคิดว่าจะช่วยขับยาออก แต่ยาแก้ปวดบางกลุ่มลดการไหลเวียนของเลือดไปที่ไต หากใช้ติดต่อกันนานๆ จะเกิดสภาวะ ไตวายเฉียบพลัน ได้ง่ายขึ้น
เช็กด่วน! 5 สัญญาณเตือน ไต กำลังส่งเสียงขอความช่วยเหลือ หากคุณมีอาการเหล่านี้ อย่ารอจนถึงนาทีสุดท้าย
– ปัสสาวะมีฟอง : สัญญาณของโปรตีนรั่วในปัสสาวะ
– อาการบวม : โดยเฉพาะบริเวณเปลือกตา ขา หรือข้อเท้า
– ปัสสาวะบ่อยกลางดึก : ไตเริ่มสูญเสียความสามารถในการดูดน้ำกลับ
– อ่อนเพลียเรื้อรัง : ร่างกายสะสมของเสียมากเกินไป
– เบื่ออาหาร : ระบบเผาผลาญเริ่มรวนจากสารพิษตกค้าง
วิธีดื่มน้ำตอนเช้าที่ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์
1. ปริมาณที่เหมาะสม : เพียง 1 แก้ว (200-300 มล.) ก็เพียงพอต่อการกระตุ้นระบบขับถ่าย
2. จิบช้าๆ : ไม่ควรดื่มแบบ อึกๆ หรือดื่มรวดเดียวหมดแก้ว เพื่อให้ร่างกายค่อยๆ ดูดซึม
3. อุณหภูมิห้อง : น้ำอุณหภูมิปกติจะดีต่อระบบย่อยอาหารมากกว่าน้ำเย็นจัด
ข้อมูล Sohu
วันที่ 8 มิถุนายน 2569 มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสระบุรี เร่งติดตามตัวคนร้ายหลังก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง น.ส.จุฬาภรณ์ หรือ น้องป้อน อายุ 22 ปี พนักงานปั๊มน้ำมันและดาวติ๊กต็อกชื่อดังในพื้นที่เสียชีวิต ริมถนนพหลโยธินฝั่งขาขึ้นลพบุรี บริเวณก่อนถึงปั๊มแก๊สแอลพีจี ปตท. หมู่ 7 ต.ดาวเรือง อ.เมือง จ.สระบุรี โดยขณะเกิดเหตุลูกชายวัย 3 ขวบของผู้เสียชีวิตยังนอนหลับอยู่ภายในรถ

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 22.30 น. วันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบร่างผู้เสียชีวิตนอนอยู่ข้างรถยนต์ฮอนด้า แจ๊ส สีขาว ซึ่งยังติดเครื่องยนต์อยู่ จากการตรวจสอบพบว่าถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. จำนวน 2 นัด กระสุนเข้าที่บริเวณด้านหลังทะลุหน้าอก 1 นัด และเข้าที่ท้ายทอยอีก 1 นัด โดยกระสุนฝังอยู่ภายในศีรษะ ขณะที่ผู้เสียชีวิตยังสวมชุดนอนลายดอกไม้สีฟ้า
ภายในรถพบลูกชายวัย 3 ขวบกำลังนอนหลับโดยไม่รู้ว่าแม่ถูกทำร้ายจนเสียชีวิต ส่วนบริเวณใกล้จุดเกิดเหตุพบแกลลอนน้ำมันสีดำขนาด 20 ลิตรตกอยู่ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจึงเร่งเก็บวัตถุพยานและร่องรอยต่าง ๆ อย่างละเอียด เนื่องจากเชื่อว่าอาจเป็นหลักฐานสำคัญที่เชื่อมโยงไปถึงตัวผู้ก่อเหตุ

พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย ไกรวีระเดชาชัย ผกก.สภ.เมืองสระบุรี เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตทำงานเป็นพนักงานปั๊มน้ำมันในพื้นที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ และเป็นที่รู้จักบนโลกออนไลน์ในชื่อ ป้อนข้าว สาวพีที ซึ่งมีผู้ติดตามในติ๊กต็อกเกือบ 2 แสนคน โดยแนวทางสืบสวนเบื้องต้นพบว่า ก่อนเกิดเหตุมีชายรายหนึ่งซึ่งคาดว่าเป็นแฟนใหม่ของผู้เสียชีวิตโทรศัพท์นัดให้ออกมาพบ โดยอ้างว่าจะนำน้ำมันเบนซินมาให้ใส่แกลลอน เนื่องจากมีอาชีพขับรถน้ำมันและเคยนำน้ำมันมาให้เป็นประจำ ทำให้เจ้าหน้าที่มุ่งตรวจสอบความเชื่อมโยงของบุคคลดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

หลังเกิดเหตุ พ่อและแม่ของผู้เสียชีวิตได้เดินทางมายังจุดเกิดเหตุทันที โดยผู้เป็นพ่อรีบอุ้มหลานชายออกจากรถ ขณะที่ผู้เป็นแม่ถึงกับร้องไห้และเป็นลมด้วยความเสียใจ พร้อมยืนยันว่าไม่เคยทราบมาก่อนว่าลูกสาวมีปัญหาขัดแย้งกับใคร ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งคำให้การพยานแวดล้อม ข้อมูลการติดต่อสื่อสาร และวัตถุพยานจากที่เกิดเหตุ เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เรียบเรียงโดย มุมข่าว

