เดือดกลางรายการโหนกระแสเลยทีเดียว เพราะล่าสุด ติณติณ นิวคันทรี่ ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง หลังจากที่ ฟารีดา ออกมาแฉว่า ทำท้องไม่รับผิดชอบ พร้อมพาดพิงประเด็นพรากผู้เยาว์ ยาเสพติด และคบซ้อน จนทางต้นสังกัดสั่งพักงานติณติณชั่วคราวเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ขณะที่ ติณติณโพสต์ชี้แจง ยืนยันด้วยเอกสารว่าไม่ได้เสพยา พร้อมเปิดไทม์ไลน์ความสัมพันธ์

โดย ติณติณ ออกมาเปิดใจเรื่องดังกล่าวอย่างเป็นทางการครั้งแรก โดยติณติณบอกว่าวันที่ฟามาออกรายการตนเองก็ได้ดูจนจบ แล้วรู้สึกว่าหลาย ๆ อย่างมันไม่ใช่ ที่ผ่านมาไม่มีใครอยากให้ตนออกมาพูดเลย แต่ตนรู้สึกว่าต้องพูด เพราะถูกกุเรื่องโกหกหลายเรื่อง ทั้งเรื่องยา เรื่องพรากผู้เยาว์ และเรื่องความสัมพันธ์ อีกฝ่ายก็พูดไม่ตรง
ติณติณ New Country ยืนยันว่ามีสัมพันธ์กันเพียงครั้งเดียว ซึ่งยอมรับว่าเมา ไม่มีสติ เมื่อตื่นมาตอนเช้าได้พูดคุยเรื่องป้องกัน ฝ่ายหญิงบอกว่าจะไปกินยาคุม ตนมารู้เรื่องท้องตอนที่ฝ่ายหญิงมาบอกเมื่อวันที่ 3 พ.ค. ว่าตั้งท้องได้ 3 เดือนแล้ว ซึ่งตนก็ได้ถามไปว่าทำไมเพิ่งมาบอก และได้ขอเวลาคิด หลังจากนั้นได้พูดคุยกันถึงความไม่พร้อมของทั้งคู่ จึงได้พูดถึงทางออกคือการยุติการตั้งครรภ์ แต่ฝ่ายหญิงบอกว่าไม่ได้เพราะพ่อรู้แล้ว และจะเลี้ยงเด็กเอง
ยอมรับว่าตอนแรกไม่เชื่อ แต่ ณ วันนี้เชื่อและพร้อมรับผิดชอบหากตรวจ DNA แล้วเป็นลูกตนจริง หลังจากนั้น ฟารีดาได้โทรเข้ามาโต้แย้ง มีการถกเถียงกันในหลายเรื่องหลายประเด็น ไม่เพียงเฉพาะเรื่องตั้งท้อง รวมถึงมีการโต้เถียงกับเพื่อนของติณติณ จนประเด็นบานปลายออกไปนอกเหนือจากเรื่องการรับผิดชอบเด็ก

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ก๊อท จักรพันธ์ ครบุรีธีรโชติ หรือ ก๊อท จักรพรรณ์ อาบครบุรี ได้โฟนอินเข้ามาในรายการ ซึ่งช่วงตอนหนึ่ง ก๊อท จักรพันธ์ พูดด้วยความอัดอั้นว่า “สงสาร ติณติณ เพราะเขาเป็นเด็กดี พิสูจน์ตัวเองให้ครอบครัว เราถามว่าพ่อแม่ว่ายังไง รู้แล้ว “แม่ไปทำบุญให้ครับ พ่อบอกว่ามีอะไรให้พ่อช่วยก็โทรมา” ผมจี๊ดมาก เอาเขามาทำงาน ให้ดรอปเรียน พิสูจน์ให้รู้ว่ารักการร้องเพลง แต่มาเจอเหตุการณ์ทำลายอนาคตไปแล้ว
“ผมจะพูดประเด็นสำคัญประเด็นหนึ่งนะครับ ผมไม่รู้ว่าเจตนาตั้งแต่แรกมา จริงๆแล้วไทม์ไลน์แชทตรงนั้น มันยาวกว่านั้นมากมายมาก แล้วมันจะรู้เจตนาอะไรว่าต้องการทำอะไร การพูดเรื่องท้องกี่เดือนกี่เดือน มันสับสนตัวเองมาตลอด Timeline ชัดตรงนั้นทั้งหมด ขอบคุณที่ นีโอ (เพื่อนสนิทติณติณ) เอาออกมาเปิดเผย ขอบคุณจริงๆ ที่ทำให้คนที่ดูวันนี้เข้าใจแล้วว่า ติณติณเจอกับอะไร
ความรับผิดชอบไม่ต้องห่วงนะ ติณติณรับผิดชอบ ครอบครัวเขารับผิดชอบแน่นอน เพราะเป็นลูกหลานของเขา ผมยินดีเลย ผมจะสนับสนุนเต็มที่เลย ที่จริงเขาพูดวันนี้ผมเป็นห่วงความรู้สึกของเขาว่าที่เขาบอกว่าเขาอยากเอาลูกมาดูแลเขาชี้ให้เห็นแล้วว่า ถ้าปล่อยไปอย่างนั้นแล้วลูกจะเป็นยังไง เป็นหนักใจมากตอนนี้
แล้วผมบอกเลยนะเมื่อวานนี้เสียน้ำตากันเยอะมาก เพราะไม่คิดว่าตีนจะมาเจอกับเรื่องที่แย่จนอนาคตพังขนาดนี้ ผมขอให้คนมองเจตนาในวันนี้เลยว่า คนที่มาด่าคนนึงว่าสำส่อน มาด่าผู้ชายว่าสำส่อน แต่ตัวเองทักหาเขาก่อน ตัวเองไปหาเขาที่บ้าน ตัวเองเดินขึ้นไปบนห้องเขา” ช็อตนี้ หนุ่ม กรรชัย ถึงต้องรีบเบรก บอกให้ใจเย็น จึงได้ยินเสียงไม่ชัด ก่อนที่ ก๊อท จะบอกอีกว่า
“จะพูดต้นเรื่องฮะว่า จะว่าใครสำส่อน คุณดูตัวเองก่อน จริงๆไม่ได้บังคับ ติณติณไม่ได้ทำอะไรทั้งสิ้น แล้วมันเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ได้คบกันเป็นแฟน อย่าเข้าใจผิด เจตนาครั้งนี้ตั้งใจจะทำลายติณติณ เพื่อจะเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว เพื่อจะให้สังคมเข้าใจว่าผู้ชายมันชั่ว ผู้ชายมันเลว อยากจะมีสังคม มีอาชีพ อยากจะเลี้ยงลูก ทำสินค้า สังคมดูเอาไว้ว่าผู้หญิงแบบนี้มันควรได้รับโอกาศหรือเปล่า”
(11 มิ.ย.69) ศาลได้อ่านคำพิพากษาคดีฉ้อโกง หมายเลขดำ อทย. 109/2568 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 และนางจตุพร อุบลเลิศ หรือ เจ๊อ้อย ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ที่ 1 นางปณิตา เบี้ยบังเกิด ภรรยา ที่ 2 นายนุวัฒน์ ยงยุทธ หรือนุ คนสนิททนายตั้มที่ 3 น.ส.สาริณี นุชนารถ หรือสา แฟนสาวนายนุ ที่ 4 น.ส.ปิณฑิรา การิวัลย์ พี่สาวภรรยาทนายตั้ม ที่ 5 น.ส.แก้วสวรรค์ สุขผล พนักงานโชว์รูมรถยนต์ ที่ 6 และ น.ส.มนันพัทธ์ รามธีรพัฒน์ – พนักงานโชว์รูมรถยนต์ ที่ 7 ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-7 ในความผิดฐานฉ้อโกงอันเป็นปกติธุระ, ฟอกเงิน, ร่วมกันฟอกเงิน และสมคบฟอกเงินฯ
โดยได้ร่วมกันฉ้อโกงเงินจากนางจตุพร ผู้เสียหาย ให้โอนเงินจำนวนมากหลายครั้งหลายหนรวมกว่า 100 ล้านบาทเพื่อให้ลงทุนทำหวยออนไลน์

โดยศาลอาญาลงความผิดฐานฉ้อโกงฯ 4 ปี 6 เดือน และความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ฯอีก 1ปี 6 เดือน รวมลงโทษจำคุก 5 ปี 12 เดือน และให้ชดใช้ค่าเสียหาย 72 .5 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ย
ด้าน นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ เปิดเผยก่อนเข้ารับฟังคำพิพากษาคดีที่ น.ส.จตุพร อุบลเลิศ หรือ “เจ๊อ้อย” กล่าวหา นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” และพวกร่วมกันกระทำความผิดว่า เบื้องต้นฝ่ายผู้เสียหายน้อมรับคำพิพากษาของศาลไม่ว่าผลจะออกมาในทิศทางใด โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทั้งพนักงานอัยการ ทีมทนายความ และผู้เกี่ยวข้องได้ทำงานอย่างหนักต่อเนื่องเป็นเวลานานกว่า 1 ปี เพื่อติดตามและรวบรวมพยานหลักฐานในคดีดังกล่าว
นายปานเทพ กล่าวว่า ขณะนี้กระบวนการพิจารณาคดีได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว ทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลยต่างใช้สิทธิต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ตามกระบวนการยุติธรรม ดังนั้นในวันนี้จึงต้องรอฟังคำพิพากษาของศาลก่อน จึงจะสามารถประเมินผลและกำหนดแนวทางดำเนินการในขั้นตอนต่อไปได้ โดยยังไม่ต้องการแสดงความเห็นล่วงหน้าถึงผลคดี
“เราทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว ในส่วนของฝ่ายโจทก์ก็เชื่อว่าได้ทำดีที่สุด ส่วนฝ่ายจำเลยก็คงเชื่อว่าตนเองได้ต่อสู้อย่างเต็มที่เช่นกัน สุดท้ายคำพิพากษาของศาลจะเป็นผู้ชี้ขาดข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในคดีนี้” นายปานเทพ กล่าว

