เหตุการณ์นาทีชีวิตขึ้นที่บริเวณหน้าศูนย์กู้ภัยเทศบาลเมืองเขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา เมื่อมีหญิงสาวท้องแก่ใกล้คลอดพร้อมกับสามี ขับรถกระบะยี่ห้อ โตโยต้า หมายเลขทะเบียน บย 9902 สงขลา มาขอความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่กู้ภัยเทศบาลเมืองเขารูปช้างเนื่องจากเจ็บท้องคลอดกะทันหันโดยหญิงท้องคนนี้ชื่อ นางเกิดแก้ว อายุ 30 ปี แต่ยังไม่ทันลงจากรถพาไปส่งโรงพยาบาล เด็กในท้องก็โผล่ส่วนขาออกมาครึ่งตัว เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงต้องช่วยทำคลอดในรถกระบะ และปรากฏว่าไม่ใช่คลอดออกมาคนเดียวแต่เป็นการคลอดลูกแฝด และเป็นเพศชายทั้งคู่ และสมบูรณ์แข็งแรงร้องเสียงดังมาก

ก่อนที่เจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลสงขลา จะรับตัวทั้งแม่และลูกแฝด 2 คน ส่งโรงพยาบาลสงขลาเพื่อดูแลต่อไปโดยทารกแฝดคู่นี้เป็นท้องที่สาม ซึ่งเหตุการณ์นี้สร้างความดีใจให้กับผัวเมียคู่นี้รวมทั้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ทำคลอดได้สำเร็จและปลอดภัยทั้งแม่และลูก

จากการสอบถาม นายสันติ เฉลียวพงศ์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยเทศบาลเมืองเขารูปช้าง หนึ่งในทีมทำคลอด เปิดเผยว่า ก่อนจะมาคลอดลูกที่หน้าศูนย์กู้ภัย นางเกิดแก้วได้นั่งรถกระบะคันนี้มากับ เมื่อมาถึงหน้าศูนย์กู้ภัย ก็แจ้งว่ามีอาการปวดท้องอย่างมาก น่าจะใกล้คลอดลูก ขอให้เจ้าหน้าที่ศูนย์กู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาลให้ด้วย

นายสันติ เปิดเผยต่อว่า เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพบว่าถุงน้ำคร่ำแตก เด็กโผล่ส่วนขาออกมาค้างอยู่ประมาณครึ่งตัวจึงโทรประสานรถโรงพยาบาลสงขลาเข้ามารับตัว ขณะเดียวกันก็มีเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯซึ่งได้รับการอบรมเรื่องการทำคลอด เข้าช่วยเหลือทำคลอด โดยสามารถช่วยเหลือทั้งแม่และเด็กได้รับความปลอดภัย ซึ่งเด็กที่คลอดออกมานั้นเป็นเพศชาย โดยหลังจากที่รถโรงพยาบาลสงขลามาถึง ก็ได้นำตัวแม่และเด็กไปดำเนินการดูแลรักษาตัวต่อไป
คืบหน้าล่าสุดฝากขัง หนุ่ม ตชด.21 ยิงวิน จยย.รับจ้าง เสียชีวิต 2 ราย เจ้าตัวเอ่ยสั้น ๆ กับสื่อก่อนถูกส่งตัวขึ้นรถไป
วันที่ 15 มิถุนายน 2569 ความคืบหน้าเมื่อเวลา 13.47 น. ที่ สน.ห้วยขวาง พนักงานสอบสวนได้นำตัว ส.ต.ต.นำทัพ ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.21) ผู้ต้องหาในคดีใช้อาวุธปืนยิงวินจักรยานยนต์รับจ้าง บริเวณหน้าปากซอยประชาสงเคราะห์ 38 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บ 1 ราย


คือ นายบอย ซึ่งเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และนายชรินทร์ หรือ “บอล” วินจักรยานยนต์รับจ้างที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาลเปาโล สะพานควาย นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย ขึ้นรถควบคุมผู้ต้องขัง เพื่อนำตัวไปขออำนาจฝากขังที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ในความผิดฐาน “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, พยายามฆ่าผู้อื่น และพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร” พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ มีอัตราโทษสูง และเกรงว่าหากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ผู้ต้องหาอาจหลบหนีหรือเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัว ส.ต.ต.นำทัพ ออกจากห้องควบคุมเพื่อขึ้นรถผู้ต้องขัง ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามว่าต้องการกล่าวอะไรถึงครอบครัวผู้เสียชีวิตหรือสังคมหรือไม่ โดยผู้ต้องหาได้กล่าวเพียงสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า “ขอโทษครับ ผมโดนรุม” ก่อนถูกนำตัวขึ้นรถเพื่อเดินทางไปยังศาลอาญา
ทั้งนี้ ก่อนการนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขัง มีรายงานว่า บิดาของ ส.ต.ต.นำทัพ ได้เดินทางมายัง สน.ห้วยขวาง ตั้งแต่ช่วงเช้า ขณะที่ทนายความของผู้ต้องหาเดินทางมาถึงในช่วงบ่าย เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ภายหลังเสร็จสิ้นขั้นตอนภายในสถานีตำรวจ ทั้งบิดาและทนายความของผู้ต้องหาได้เดินทางออกจาก สน.ห้วยขวาง โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงความรู้สึกและแนวทางการต่อสู้คดี แต่ไม่ได้รับคำตอบแต่อย่างใด

