จากคดีสะเทือนขวัญการเสียชีวิตของ “น้ององุ่น” เด็กหญิงวัย 7 ขวบ ในพื้นที่หมู่ 4 บ้านทิโคร่ง ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ที่หายตัวออกจากบ้านเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ก่อนจะถูกพบเป็นศพภายในสวนยางพาราเมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมและชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก
หดหู่ ผลชันสูตร น้ององุ่น”ก่อนความจริงสุดโหดร้ายปรากฏ
หดหู่ ผลชันสูตร น้ององุ่น”ก่อนความจริงสุดโหดร้ายปรากฏในช่วงแรกของการสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจและทีมพิสูจน์หลักฐานต้องเผชิญกับข้อจำกัดสำคัญ เนื่องจากสภาพศพเริ่มเน่าเปื่อย ส่งผลให้อวัยวะภายในหลายส่วนเสื่อมสภาพอย่างหนัก ขณะที่ผลการชันสูตรเบื้องต้นไม่พบบาดแผลภายนอก ร่องรอยการต่อสู้ หรือหลักฐานที่ชี้ชัดถึงสาเหตุการเสียชีวิต
เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากพยานหลักฐานที่มีอยู่ในขณะนั้น เจ้าหน้าที่ได้ตั้งสมมติฐานการเสียชีวิตไว้ 3 ประเด็น ได้แก่ เด็กอาจเดินเข้าไปในป่าด้วยตนเองจนพลัดหลง, อาจมีบุคคลพาไปและทำให้เสียชีวิต หรืออาจถูกสัตว์มีพิษทำร้าย เนื่องจากระหว่างลงพื้นที่สืบสวนพบงูเห่าอาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว
ผบ.ตร. ระบุด้วยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบทรัพย์สินของน้ององุ่นสูญหาย ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือหรือรองเท้า อีกทั้งไม่พบร่องรอยบาดแผลตามร่างกาย ทำให้การสืบสวนต้องอาศัยการเชื่อมโยงพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ พยานบุคคล และข้อมูลทางเทคนิคอย่างละเอียด
ขณะเดียวกัน แพทย์นิติเวชยังไม่สามารถยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตได้ในขณะนั้น เนื่องจากอวัยวะสำคัญหลายส่วน เช่น เลือด ปอด ตับ ไต และอวัยวะภายในอื่น ๆ อยู่ในสภาพเสื่อมสภาพและเน่าเปื่อยอย่างมาก จึงต้องตรวจหาสารพิษและปัจจัยอื่นเพิ่มเติม
หดหู่ ผลชันสูตร น้ององุ่น”ก่อนความจริงสุดโหดร้ายปรากฏอย่างไรก็ตาม เพียงหนึ่งวันหลังการแถลงข่าว ความจริงที่สร้างความตกตะลึงให้กับสังคมก็ถูกเปิดเผย เมื่อเจ้าหน้าที่สามารถคลี่คลายคดีและควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องได้สำเร็จ โดยพบว่าผู้ที่เกี่ยวข้องคือพี่สาววัย 13 ปี และน้าชายวัย 17 ปี ของน้ององุ่น
ล่าสุด เด็กหญิงวัย 13 ปี ได้รับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุ โดยอ้างว่าเกิดการทะเลาะกับน้ององุ่นเรื่องตุ๊กตา ก่อนใช้มือปิดปากและจมูกจนเป็นเหตุให้น้องเสียชีวิต จากนั้นได้ขอให้น้าชายช่วยนำร่างไปซ่อนในตู้เสื้อผ้า ก่อนใส่กระสอบนำไปทิ้งอำพรางคดีในจุดที่เจ้าหน้าที่พบศพ
คดีดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งคดีสะเทือนใจที่เริ่มต้นจากปริศนาการหายตัวของเด็กหญิงวัย 7 ขวบ ซึ่งผลชันสูตรในช่วงแรกแทบไม่สามารถบ่งชี้สาเหตุการเสียชีวิตได้ แต่ท้ายที่สุดการสืบสวนอย่างเข้มข้นของเจ้าหน้าที่นำไปสู่การเปิดเผยความจริงว่า ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าก่อเหตุเป็นบุคคลใกล้ชิดในครอบครัวของผู้เสียชีวิตเอง
ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี พระราชทานเปลี่ยนแปลงนามค่ายทหารในจังหวัดชลบุรี จากเดิม “ค่ายนวมินทราชินี”
ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานเปลี่ยนแปลงนามค่ายทหาร โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อ “ค่ายนวมินทราชินี” อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี เป็น “ค่ายมหาวชิราลงกรณ์ราชวัลลภ” มีผลตั้งแต่วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๙ เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ พร้อมประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๖๙

ราชกิจจาฯ ประกาศโปรดเกล้าฯ พระราชทานเปลี่ยนแปลงนามค่ายทหาร

ราชกิจจาฯ ประกาศโปรดเกล้าฯ พระราชทานเปลี่ยนแปลงนามค่ายทหาร
ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเปลี่ยนแปลงนามค่ายทหาร
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมเปลี่ยนแปลงนามค่ายทหาร จากเดิมชื่อ “ค่ายนวมินทราชินี” มีที่ตั้งอยู่ อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี เป็น “ค่ายมหาวชิราลงกรณ์ราชวัลลภ”
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๙ เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๙
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
อนุทิน ชาญวีรกูล
นายกรัฐมนตรี

ราชกิจจาฯ ประกาศโปรดเกล้าฯ พระราชทานเปลี่ยนแปลงนามค่ายทหาร

