วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากคนงานกรีดยางพาราว่า พบร่างของ น้ององุ่น อายุ 7 ขวบ นอนเสียชีวิตอยู่ใต้กอไผ่ภายในสวนยางพารา ฝั่งตรงข้ามศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ พื้นที่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี โดยจุดที่พบศพอยู่ห่างจากถนนเข้าไปประมาณ 200 เมตร
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 น้ององุ่นได้หายตัวออกจากบ้านพักในพื้นที่บ้านทิโคร่ง หมู่ 4 ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี หลังทราบเรื่อง นายชัยและนางฝน ผู้เป็นพ่อและแม่ พร้อมด้วยญาติ เพื่อนบ้าน และเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน ได้ร่วมกันออกค้นหาอย่างต่อเนื่อง
การค้นหาได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สังขละบุรี เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า เจ้าหน้าที่ ตชด.134 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ซึ่งได้ระดมกำลังค้นหาแบบปูพรมในพื้นที่โดยรอบ ขณะเดียวกัน นักประดาน้ำจากมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ และใจถึงใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน ได้ลงค้นหาในบ่อปลาที่อยู่ใกล้เคียงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีการประกอบพิธีทางศาสนาตามความเชื่อของชาวบ้าน เพื่อขอให้พบตัวน้องโดยเร็ว ท่ามกลางประชาชนจำนวนมากที่ร่วมภาวนาให้เกิดปาฏิหาริย์
กระทั่งล่าสุด คนงานกรีดยางพาราได้พบศพของน้ององุ่นอยู่ใต้กอไผ่ภายในสวนยางพาราดังกล่าว หลังรับแจ้ง พ.ต.อ.สันติ พิทักษ์สกุล ผกก.สภ.สังขละบุรี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน พนักงานสอบสวน สภ.สังขละบุรี และแพทย์เวรจากโรงพยาบาลสังขละบุรี ได้เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าศพของน้ององุ่นอยู่ในสภาพขึ้นอืดและส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณ สวมเสื้อยืดสีดำ นุ่งกางเกงสีชมพู ซึ่งมีร่องรอยฉีกขาด โดยเจ้าหน้าที่พบร่องรอยดำคล้ำบริเวณลำคอ คล้ายถูกบีบคอก่อนเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม จะมีการส่งศพไปผ่าพิสูจน์อย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สังขละบุรี ได้ควบคุมตัวชายต้องสงสัยอายุประมาณ 40 ปี ไปสอบปากคำ เนื่องจากเชื่อว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นกับการเสียชีวิตของน้ององุ่น เบื้องต้นเจ้าตัวยังคงให้การปฏิเสธ ส่วนความคืบหน้าทางคดี เจ้าหน้าที่จะรายงานให้ทราบต่อไป
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “ต้นกวักมรกต” ได้กลายเป็นต้นไม้ยอดนิยมที่หลายคนเชื่อว่าสามารถเสริมโชคลาภ เงินทอง และความมั่งคั่งให้กับผู้ปลูกได้ ด้วยลักษณะใบสีเขียวเข้มเงางามและความทนทาน ทำให้หลายบ้านเลือกนำมาตกแต่งทั้งภายในและภายนอกบ้าน อย่างไรก็ตาม ตามความเชื่อด้านฮวงจุ้ยและโหราศาสตร์จีน บางปีนักษัตรอาจไม่เหมาะกับการปลูกต้นกวักมรกต เพราะอาจทำให้พลังงานทางการเงินติดขัด จนเกิดปัญหาหนี้สินหรือความกดดันด้านการเงินโดยไม่รู้ตัว
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “ต้นกวักมรกต” ได้กลายเป็นต้นไม้ยอดนิยมที่หลายคนเชื่อว่าสามารถเสริมโชคลาภ เงินทอง และความมั่งคั่งให้กับผู้ปลูกได้ ด้วยลักษณะใบสีเขียวเข้มเงางามและความทนทาน ทำให้หลายบ้านเลือกนำมาตกแต่งทั้งภายในและภายนอกบ้าน อย่างไรก็ตาม ตามความเชื่อด้านฮวงจุ้ยและโหราศาสตร์จีน บางปีนักษัตรอาจไม่เหมาะกับการปลูกต้นกวักมรกต เพราะอาจทำให้พลังงานทางการเงินติดขัด จนเกิดปัญหาหนี้สินหรือความกดดันด้านการเงินโดยไม่รู้ตัว
ปีนักษัตรแรกที่ควรระวังคือ ปีมะเส็ง (งู) ผู้ที่เกิดปีนี้มักมีลักษณะเป็นคนคิดเร็ว ทำเร็ว และชอบตัดสินใจเรื่องการเงินอย่างฉับไว หากนำต้นกวักมรกตมาปลูกไว้ในบ้าน อาจทำให้พลังงานของธาตุไม้ไปกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายเกินตัว บางครั้งอาจตัดสินใจลงทุนหรือใช้เงินโดยไม่วางแผน จนเสี่ยงต่อการเกิดหนี้สินสะสมได้ง่าย ดังนั้นผู้ที่เกิดปีมะเส็งควรระมัดระวัง และหากต้องการปลูกต้นไม้ ควรเลือกชนิดที่ให้พลังงานสมดุลมากกว่า

ปีนักษัตรที่สองคือ ปีขาล (เสือ) คนปีขาลมีนิสัยกล้าหาญ ชอบความท้าทาย และมักไม่กลัวความเสี่ยงในเรื่องการเงิน เมื่อพลังของต้นกวักมรกตซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการดึงดูดเงินทองเข้ามาอยู่ในบ้าน อาจทำให้เจ้าของบ้านมีความทะเยอทะยานมากขึ้น จนเกิดการลงทุนหรือขยายธุรกิจโดยไม่คำนึงถึงความเสี่ยงมากพอ ส่งผลให้เงินหมุนไม่ทันและกลายเป็นภาระหนี้สินในภายหลัง
ปีนักษัตรที่สามคือ ปีวอก (ลิง) ผู้ที่เกิดปีวอกมักมีไหวพริบดี ฉลาด และมีความสามารถในการหาเงิน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่มีความอยากลองสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ การปลูกต้นกวักมรกตอาจกระตุ้นพลังของการเคลื่อนไหวทางการเงินมากเกินไป ทำให้เกิดการหมุนเวียนเงินอย่างรวดเร็ว ทั้งรายรับและรายจ่าย ซึ่งหากบริหารจัดการไม่ดี ก็อาจนำไปสู่ปัญหาหนี้สินโดยไม่ตั้งใจ

ปีนักษัตรสุดท้ายคือ ปีกุน (หมู) คนปีกุนมักเป็นคนใจดี ใจกว้าง และพร้อมช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ นิสัยเช่นนี้ทำให้บางครั้งไม่ทันระวังเรื่องการเงิน เมื่อปลูกต้นกวักมรกตซึ่งมีความเชื่อว่าเรียกทรัพย์ อาจทำให้มีคนเข้ามาขอยืมเงินหรือขอความช่วยเหลือมากขึ้น หากเจ้าของบ้านปฏิเสธไม่เป็น ก็อาจทำให้เงินไหลออกมากกว่าที่ควร และสุดท้ายกลายเป็นภาระทางการเงินได้
อย่างไรก็ตาม ความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยและปีนักษัตรเป็นเพียงแนวทางหนึ่งในการเสริมพลังชีวิตเท่านั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการวางแผนการเงินอย่างรอบคอบ การใช้จ่ายอย่างมีสติ และการบริหารรายรับรายจ่ายให้สมดุล หากสามารถทำได้ แม้จะปลูกต้นกวักมรกตหรือไม่ก็ตาม ก็ยังสามารถสร้างความมั่นคงทางการเงินและความสบายใจในชีวิตได้อย่างแท้จริง

