ทำเอาแฟนคลับต่างตกใจและแห่ส่งกำลังใจให้กันอย่างล้นหลาม หลังนักร้องสาวชื่อดัง”เจนนี่ รัชนก สุวรรณเกตุ” หรือ เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น ออกมาเปิดใจผ่านการไลฟ์สดพูดคุยกับแฟน ๆ ถึงปัญหาสุขภาพที่เฝ้าติดตามมานานหลายปี ซึ่งผลตรวจล่าสุดยังคงพบความผิดปกติเหมือนเดิม แม้จะดูแลตัวเองอย่างดีมาตลอด
โดยเจนนี่เผยว่า เรื่องดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่เคยเล่าให้แฟน ๆ ฟังอย่างละเอียดมาก่อน แต่ตัดสินใจออกมาเปิดเผยผ่านไลฟ์สด เนื่องจากอยากให้ทุกคนได้รับรู้และตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ
เจ้าตัวเล่าว่า ตรวจพบเชื้อ HPV มานานกว่า 4 ปีแล้ว และจนถึงปัจจุบันเชื้อยังคงอยู่ในร่างกาย โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้เข้ารับการตรวจติดตามอย่างต่อเนื่องทุก 6 เดือน ซึ่งผลตรวจในแต่ละครั้งยังคงพบเชื้ออยู่เช่นเดิม
“นี่ไม่เคยพูดกับทุกคนเลยอะ ว่า ฉันตรวจเจอเชื้อ HPV เฝ้าติดตามมา 4 ปีแล้ว เชื้อยังอยู่ ยังไม่หาย จำได้ไหมช่วงนั้นที่เจนนี่บอกว่าเจนนี่ไปหาหมอแล้วจะเล่าให้ฟัง มันคือเชื้อที่ ถ้าอนาคตไม่หายไป มีโอกาสทำให้เป็นมะเร็งปากมดลูกได้”
อย่างไรก็ตาม เจนนี่ย้ำว่า ขณะนี้ยังไม่ใช่มะเร็ง และยังไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ โดยแพทย์แนะนำให้ดูแลสุขภาพ พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงความเครียด และไม่ปล่อยให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลง
นักร้องสาวยอมรับว่า รู้สึกตกใจอย่างมากเมื่อทราบผลตรวจครั้งแรก เนื่องจากครอบครัวมีประวัติผู้ป่วยโรคมะเร็ง จึงทำให้เกิดความกังวลในช่วงแรก แต่ภายหลังได้รับคำอธิบายจากแพทย์ว่า เชื้อ HPV ไม่ใช่โรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม
นอกจากนี้ เจนนี่ยังเปิดเผยว่า สาเหตุที่ตนเองให้ความสำคัญกับการออกกำลังกาย การนอนหลับพักผ่อน และการดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะต้องการรักษาภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อช่วยควบคุมและเฝ้าระวังเชื้อดังกล่าว
หลังเรื่องราวถูกเผยแพร่ออกไป มีแฟนคลับจำนวนมากเข้ามาคอมเมนต์ส่งกำลังใจ พร้อมชื่นชมที่เจนนี่กล้าออกมาแบ่งปันประสบการณ์ส่วนตัว เพื่อเป็นอุทาหรณ์และสร้างความตระหนักให้ผู้หญิงหันมาใส่ใจการตรวจสุขภาพมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 น้ององุ่นได้หายตัวออกจากบ้านพักในพื้นที่บ้านทิโคร่ง หมู่ 4 ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี หลังทราบเรื่อง นายชัยและนางฝน ผู้เป็นพ่อและแม่ พร้อมด้วยญาติ เพื่อนบ้าน และเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน ได้ร่วมกันออกค้นหาอย่างต่อเนื่อง

การค้นหาได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สังขละบุรี เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า เจ้าหน้าที่ ตชด.134 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ซึ่งได้ระดมกำลังค้นหาแบบปูพรมในพื้นที่โดยรอบ ขณะเดียวกัน นักประดาน้ำจากมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ และใจถึงใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน ได้ลงค้นหาในบ่อปลาที่อยู่ใกล้เคียงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีการประกอบพิธีทางศาสนาตามความเชื่อของชาวบ้าน เพื่อขอให้พบตัวน้องโดยเร็ว ท่ามกลางประชาชนจำนวนมากที่ร่วมภาวนาให้เกิดปาฏิหาริย์

กระทั่งล่าสุด คนงานกรีดยางพาราได้พบศพของน้ององุ่นอยู่ใต้กอไผ่ภายในสวนยางพาราดังกล่าว หลังรับแจ้ง พ.ต.อ.สันติ พิทักษ์สกุล ผกก.สภ.สังขละบุรี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน พนักงานสอบสวน สภ.สังขละบุรี และแพทย์เวรจากโรงพยาบาลสังขละบุรี ได้เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าศพของน้ององุ่นอยู่ในสภาพขึ้นอืดและส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณ สวมเสื้อยืดสีดำ นุ่งกางเกงสีชมพู ซึ่งมีร่องรอยฉีกขาด โดยเจ้าหน้าที่พบร่องรอยดำคล้ำบริเวณลำคอ คล้ายถูกบีบคอก่อนเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม จะมีการส่งศพไปผ่าพิสูจน์อย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สังขละบุรี ได้ควบคุมตัวชายต้องสงสัยอายุประมาณ 40 ปี ไปสอบปากคำ เนื่องจากเชื่อว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นกับการเสียชีวิตของน้ององุ่น เบื้องต้นเจ้าตัวยังคงให้การปฏิเสธ ส่วนความคืบหน้าทางคดี เจ้าหน้าที่จะรายงานให้ทราบต่อไป

